เรียนท่านผู้มีอุปการะคุณ ที่เข้ามาเยี่ยมชม สมองสองซีก ตอนนี้ทางทีมงานได้ย้ายไป link ใหม่ตาม นี้ขอรับ http://g-sciences.blogspot.com ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามขอรับ

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

“ผิวหนัง” ฟังเสียงได้!!

นอกจากน้ำเสียงและท่าทางแล้ว นักนักวิจัยแคนาดายังพบว่า ประสาทสัมผัสทางผิวหนังยังเป็นอีกปัจจัยในการฟัง โดยอากาศจากคำพูดนั้น ช่วยกำหนดให้ผู้ฟังเข้าใจได้ว่า คำพูดที่ส่งมานั้นคืออะไร ผู้เชี่ยวชาญชี้การค้นพบนี้อาจช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาในการฟังได้

ไม่เพียงแค่เสียงที่ช่วยให้ได้ยิน แต่ลมปากก็ทำให้คำฟังจำแนกความแตกต่างของเสียงได้ (ภาพประกอบจากเอเอฟพี)


เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สีหน้าของผู้พูดนั้นมีผลต่อความเข้าใจของผู้ฟังด้วย แต่การศึกษาล่าสุดของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย (University of British Columbia) ในแวนคูเวอร์ แคนาดา ซึ่งตีพิมพ์ลงวารสารเนเจอร์ (Nature) นั้นได้พยายามหาคำตอบว่า ประสาทสัมผัสมีผลต่อสิ่งที่ได้ยินอย่างไรบ้าง

บีบีซีนิวส์ระบุว่า ทีมวิจัยได้เปรียบเทียบเสียงของคำที่ถูกพูดออกมาพร้อมกับลมปากเล็กๆ ซึ่งไม่อาจได้ยินได้ อย่างเช่นคำว่า “พา” (pa) และ “ทา” (ta) กับ คำว่า “บา” (ba) และ “ดา” (da) โดยอาสาสมัครจะได้รับสัมผัสของคำดังกล่าว ที่หลังมือหรือลำคอ กับฟังเสียงเดียวกันโดยไม่ได้รับสัมผัสลมปาก

ทีมวิจัยพบว่า เสียง “บา” และ “ดา” ซึ่งทราบกันว่าเป็นคำที่ไม่พ่นลมปากออกมาด้วยนั้น ผู้ฟังแยกแยะได้เช่นเดียวเสียงที่ต้องพ่นลมปากอย่าง “พา” และ “ทา” โดยผู้ฟังต้องได้รับสัมผัสจากคำพูดควบคู่ด้วย ซึ่งการค้นพบนี้ชี้ว่าคนเรานั้นใช้ข้อมูลจากประสาทสัมผัส ควบคู่ไปกับสัญญาณทางสีหน้าเพื่อถอดรหัสคำพูดที่ออกมา

สำหรับความรู้ ซึ่งเพิ่มเติมความเข้าใจเรื่องเสียงนี้ ทีมวิจัยกล่าวว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความช่วยเหลือด้านการสื่อสารแก่ ผู้ที่มีการได้ยินบกพร่อง โดย ดร.ไบรอัน กิค (Dr.Bryan Gick) หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่าทีมวิจัยของเขานั้น ได้พัฒนาความช่วยเหลือด้านการได้ยินซึ่งสัมพันธ์กับสิ่งที่เพิ่งค้นพบ

“ทั้ง หมดที่เราต้องการคือเครื่องอุปกรณ์อัดลม ที่สามารถผลิตลมปากไปที่คอในจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยทำงานขึ้นกับสิ่งที่ใส่เข้าไปในอุปกรณ์ช่วยฟัง จากนั้นก็เป็นชุดการทดลองเพื่อทดสอบความแม่นยำ” ดร.กิคกล่าว

ด้าน ดร.ราฟ โฮล์ม (Dr Ralph Holme) ผู้อำนวยการการวิจัยชีวเวชศาสตร์ของมูลนิธิคนหูหนวกและการได้ยินบกพร่องแห่ง อังกฤษ (The Royal National Institute for Deaf People: RNID) ให้ความเห็นกับทางบีบีซีนิวส์ว่า เป็นที่ทราบกันดีถึงการอ่านท่าทางบนใบหน้า อย่างการอ่านริมปาก นั้นช่วยให้คนที่สูญเสียการได้ยินนั้นฟังเข้าใจได้

“อย่าง ไรก็ดีพยัญชนะภาษาอังกฤษอย่าง b กับ p และ t กับ d นั้น มีรูปแบบริมปากที่เหมือนกัน ซึ่งความเป็นไปได้ว่าลมปากที่สัมผัสผิวหนังจะช่วยให้คนฟังจำแนกความแตกต่าง ได้นั้นเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างมาก และหากมีงานวิจัยมากกว่าที่แสดงให้เห็นผลอย่างเดียวกัน เมื่อฟังการสนทนาประจำวันในชีวิตจริง ก็จะช่วยพัฒนาความช่วยเหลือในการได้ยินมากขึ้น”

ส่วน ดร.เดบอราห์ เจมส์ (Dr.Deborah James) หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ ด้านการศึกษาเรื่องเด็กและครอบครัว จากหน่วยวิจัยชีวเวชศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักร (National Biomedical Research Unit in Hearing) ด้านการได้ยินนั้น กล่าวว่า เสียงที่สัมพันธ์กับลมเบาที่พ่นออกมานั้น จะช่วยให้เด็กๆ แยกแยะความแตกต่างระหว่างเสียงเริ่มต้นและลงท้ายของคำได้

“เรากำลังสำรวจการพัฒนาแรกสุดในการรับรู้การพูดด้วยเสียงและภาพ สำหรับเด็กที่เป็นทารกซึ่งมีความยากลำบากในการฟัง หรือบางทีเราอาจจะลองหาคำตอบว่าเด็กทารกตอบสนองต่อลมปากตามธรรมชาติที่พ่อ -แม่ทำขึ้นมาเมื่ออยู่ใกล้ชิดลูกระหว่างการสนทนาแรกๆ ของช่วงวัย” ดร.เจมส์กล่าว

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันนี้ 1 ธันวาคม ในอดีต

1 ธันวาคม: วันเอดส์โลก

1 ธันวาคม พ.ศ. 2455 (ค.ศ. 1912) - พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ จังหวัดปราจีนบุรี เทศาภิบาลเมืองฯ ทูลเกล้าฯ ถวายรูปครุฑสัมฤทธิ์หุ้มทอง ซึ่งขุดได้ที่ ตำบลโคกพระ ต่อมาใช้เป็นยอดธงมหาไพชยนต์ธวัชประจำกองทัพบก

1 ธันวาคม พ.ศ. 2464 (ค.ศ. 1921) - กระทรวงกลาโหม เปลี่ยนนามหน่วย กรมอากาศยานทหารบก เป็น กรมอากาศยาน ปัจจุบันยกฐานะเป็นกองทัพอากาศ

1 ธันวาคม พ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) - มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รับนักศึกษารุ่นแรก เปิดสอน 3 สาขาวิชา

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

วันนี้ 30 พฤศจิกายน ในอดีต

วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2243 (ค.ศ. 1700) - มหาสงครามเหนือ: กองทัพสวีเดน 8,500 นาย ภายใต้การนำของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 12 สามารถเอาชนะกองทัพที่เหนือกว่าของรัสเซียภายใต้การนำของซาร์ปีเตอร์ที่ 1 ในยุทธการนาร์วา

วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2415 (ค.ศ. 1872) - การแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศครั้งแรกมีขึ้น ณ เมืองกลาสโกว์ ระหว่างทีมชาติสกอตแลนด์และทีมชาติอังกฤษ


วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2482 (ค.ศ. 1939) - สงครามฤดูหนาว ปะทุ เมื่อกองทัพแดงของสหภาพโซเวียตรุกรานฟินแลนด์ และทำการรุกจนถึงแนวแมนเนอร์ไฮม์อย่างรวดเร็ว สันนิบาติชาติตัดสินว่าพฤติการณ์ดังกล่าวผิดกฎหมาย


วันที่ 30 พฤศจิกายนพ.ศ. 2505 (ค.ศ. 1962) - นักการทูตชาวพม่า อู ถั่น (ในภาพ) ได้รับเสียงสนับสนุนจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ


วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) - การชุมนุมประท้วงของกลุ่มต่อต้านโลกาภิวัตน์ เกิดขึ้นที่เมืองซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้พิธีเปิดการประชุมจำเป็นต้องถูกยกเลิก

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

น้ำบนดวงจันทร์ กับการแสวงหาพิภพใหม่ของมนุษยชาติ


หลังจากโลกย่อยยับนับครั้งไม่ถ้วน ตามปริมาณรอบฉายของภาพยนตร์โลกแตก ‘2012’ เราไม่อาจรู้ได้ว่าความหวาดผวาของผู้คนพุ่งสู่ระดับไหนหรือว่ามองเป็นเรื่อง ขำๆ เพราะก่อนหน้านี้ ต้องบอกว่าวิธีการปั่นกระแสหนังของเขาแรงจริงๆ ขนาดว่า องค์การนาซา หรือ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ยังต้องออกมาประกาศว่ายังไงๆ ปี 2555 โลกก็ยังไม่แตก

ห้วงเวลาไล่เลี่ยกัน ข่าวการค้นพบน้ำบนดวงจันทร์ของนาซาถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง ของมนุษยชาติ ฉุดดึงเอาจินตนาการของผู้คนที่ค้างคาจากนิยายวิทยาศาสตร์ว่า อีกไม่นาน (ซึ่งไม่รู้ว่าแค่ไหน) มนุษย์อาจจะได้เดินทางไปอยู่อาศัยในพิภพใหม่ที่เรียกกันว่า ดวงจันทร์

เพื่อลดความหวาดผวาจากคำทำนายของชาวมายัน จะชวนไปตรวจสอบดูว่า การแสวงหาพิภพใหม่ บ้านใหม่ของมนุษยชาติเขาพัฒนาไปถึงไหนแล้ว

โครงการ ‘แอลครอสส์’

เมื่อในวันที่ 9 ตุลาคม ปี 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันไหว้พระจันทร์ของชาวจีน องค์การนาซาและประชากรโลกส่วนหนึ่ง ก็กำลังตื่นเต้นกับภารกิจการค้นหาน้ำบนดวงจันทร์

โครงการนี้ เป็นโครงการยักษ์ใหญ่ของนาซา ซึ่งใช้ชื่อว่าโครงการแอลครอสส์ (LCROSS-Lunar CRater Observation and Sensing Satellite) โดยนาซาทุ่มทุนให้โครงการนี้มากถึง 79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,686 ล้านบาท) ในการนำจรวดพุ่งเข้าชนดวงจันทร์ เพื่อสำรวจหาน้ำหรือโมเลกุลของน้ำใต้พื้นผิวดวงจันทร์

ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการนั้น แอนโทนี่ โคลาแพรต หัวหน้าคณะนักวิทยาศาสตร์โครงการแอลครอสส์ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนตุลาคมนาซาได้ปล่อยจรวดเซนทอร์ น้ำหนัก 2,200 กิโลกรัม กับดาวเทียมแอลครอสส์ เข้าพุ่งชนหลุมคาเบียส บริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ เพื่อค้นหาน้ำใต้พื้นผิว และจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลของเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ ที่ติดตั้งอยู่บนดาวเทียมแอลครอสส์นั้น ได้ส่งข้อมูลกลับมายังฐานของนาซาบนพื้นโลก



ซึ่งเมื่อนำผลที่ได้มาประกอบกับการวิเคราะห์ภาพถ่ายจากอุปกรณ์อื่นๆ ก็พบว่า แรงระเบิดจากการพุ่งชนทำให้มองเห็นน้ำแข็งและไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากปากหลุม ที่มีขนาด 20-30 เมตร เบื้องต้นเชื่อว่า น้ำตรงจุดนี้มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม

"การ พบแหล่งน้ำ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะนำนักบินอวกาศลงไปตั้งฐานบนดวงจันทร์ และสร้างแรงจูงใจให้รัฐบาลสหรัฐฯ ในการหันมาสำรวจดวงจันทร์อย่างจริงจังในอนาคตอันใกล้" โคลาแพรตระบุ

ส่วน ปีเตอร์ ชูลซ์ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยบราวน์และผู้ร่วมงานในโครงการแอลครอสส์ กล่าวว่า

"เรา ตื่นเต้นมากกับการค้นพบน้ำบนดวงจันทร์ เพราะเราเพิ่งเริ่มต้นระเบิดจุดเล็ก ๆ จุดหนึ่งเท่านั้น ว่าไปแล้วก็เหมือนกับเวลาขุดค้นหาน้ำมันบนพื้นโลก เมื่อไหร่ก็ตามที่พบน้ำในจุดนั้น ก็มีโอกาสสูงจะพบน้ำมันมากขึ้นอีกในจุดข้างเคียง"

แน่นอนว่า การค้นพบเล็กๆ ครั้งนี้ ย่อมทำให้นาซาและรัฐบาลสหรัฐฯ ตื่นตัวกับการค้นหาน้ำบนดวงจันทร์มากขึ้น ซึ่งในการแถลงข่าวสั้นๆ ณ NASA Ames Research Center ของโครงการนี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขากำลังมีเป้าหมายในการค้นหาน้ำในพื้นที่อื่นๆ อีก

สุดท้ายแล้ว ถึงแม้ ไมเคิล เวอร์โก หัวหน้าฝ่ายนักวิทยาศาสตร์ดวงจันทร์ ของสำนักงานใหญ่นาซา จะออกมาบอกว่าการค้นพบครั้งนี้อาจเป็นกุญแจสำหรับการค้นพบวิวัฒนาการของระบบ สุริยจักรวาลและการสำรวจดวงจันทร์ แต่ก็เชื่อว่าเป้าหมายของนาซา คงไม่หยุดอยู่ที่การสำรวจเพียงเพื่อที่จะ 'รู้' แน่นอน



ดวงจันทร์ พิภพใหม่ของมนุษยชาติ

ใช่, การค้นพบน้ำบนดวงจันทร์ ย่อมไม่ได้แปลง่ายๆ ว่ามนุษย์ค้นพบน้ำบนดวงจันทร์ แต่มีความหมายแฝงที่ไกลกว่า มันหมายถึงอนาคตที่ดวงจันทร์จะเป็นพิภพแห่งใหม่ของมนุษยชาติ และไกลกว่าไกลยิ่งกว่านั้น ดวงจันทร์จะเป็นเสมือนหน้าด่านแห่งการสำรวจระบบสุริยจักรวาล การสำรวจดาวอังคาร การสำรวจดวงจันทร์ไตตัน บริวารของดาวเสาร์ และในอนาคตอันไกล สถานที่ที่เอ่ยชื่อเหล่านี้อาจหมายถึงพิภพแห่งใหม่ที่มนุษย์จะไปอาศัยอยู่

รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล นักวิทยาศาสตร์ นักเขียน และนักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ดีเด่นปี 2538 บอกว่า ขั้นตอนต่อจากนี้ คือการตรวจสอบ วิเคราะห์ผลที่ได้ให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อนำไปสู่การวางแผนนำมนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์ ภายในปี 2563 ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจหมายถึงการตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์

“การพบน้ำบอกอะไรเราหลายอย่าง เมื่อปี 2512 เราส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ครั้งแรก และต่อๆ มา แต่ทำไมเพิ่งมาเจอ คือทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องน้ำบนดวงจันทร์ที่ค่อนข้างเป็นทฤษฎีหลัก คือดวงจันทร์ไม่มีน้ำด้วยตัวเอง น้ำบนดวงจันทร์เกิดเองไม่ได้

“แล้ว น้ำบนดวงจันทร์มาจากไหน ตอนนี้ทฤษฎีที่ใช้กันมากคือน้ำมาจากการที่ดวงจันทร์ถูกชนโดยดาวหาง ข้อมูลที่เรามีตอนนี้ อย่างเช่น ทำไมโครงการอพอลโลที่ส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ตั้ง 12 คน จึงไม่พบน้ำ ก็เพราะว่าตำแหน่งที่โครงการอพอลโล่ไปลงนั้น ส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่แถบขั้วเหนือหรือใต้ของดวงจันทร์ และที่น้ำยังคงอยู่ได้ที่ขั้วเหนือ-ใต้ของดวงจันทร์ก็เพราะมันอยู่ตรงก้น หลุมอุกกาบาตที่แสงอาทิตย์ส่องไปไม่ถึง”

ความสำคัญของการค้นพบน้ำบนดวงจันทร์คืออะไร
รศ.ดร.ชัยวัฒน์ อธิบายว่า การที่มนุษย์จะวางแผนไปดวงจันทร์ จำเป็นต้องนำน้ำไปด้วย แต่ระยะยาว น้ำบนดวงจันทร์จะทำให้มนุษย์สามารถมีวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำ เพราะนอกจากน้ำจะเอาไว้ใช้ดื่มกินแล้ว มันยังสามารถเป็นเชื้อเพลิงได้ เพราะเมื่อแยกน้ำออกมา เราจะได้ออกซิเจนกับไฮโดรเจน ซึ่ง รศ.ดร.ชัยวัฒน์เชื่อว่า มีแนวโน้มที่ดวงจันทร์จะเป็นที่ที่มนุษย์จะแย่งกันไป

ว่าแต่ว่า มนุษย์จะไปอยู่บนดวงจันทร์กันอีท่าไหน เพราะแม้ว่าสภาพบนดวงจันทร์จะเหมือนโลกมาก แต่ก็ไม่มีน้ำ ไม่มีบรรยากาศ แห้งแล้ง ส่วนที่ร้อนจะร้อนจัด ส่วนที่หนาวจะหนาวจัด มีเวลากลางวันและกลางคืนที่ยาวนาน 1 วันหรือ 1 คืนของดวงจันทร์เท่ากับเวลา 14 วันของโลก และยังมีแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าโลกเรา 6 เท่า
แนวทางที่เป็นไปได้ตามศักยภาพเทคโนโลยีของมนุษย์ตอนนี้ การจะตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์คงต้องเป็นการสร้างเมืองหรือโดมปิด ที่มีการปรับสภาพอากาศ ความดัน และอุณหภูมิภายใน แต่เมื่อใดที่คิดจะออกมาเดินเล่นข้างนอกโดมก็จำเป็นต้องใส่ชุดอวกาศ

แต่ ถ้าจะถึงขั้นสร้างชั้นบรรยากาศขึ้นมา ไม่ต้องอยู่ในโดมปิด ไม่ต้องใส่ชุดอวกาศ เดินยงโย่ยงหยก รศ.ดร.ชัยวัฒน์ บอกว่าถือเป็นเรื่องยากมากๆ

ดวงจันทร์ จุดเริ่มต้นของการสำรวจระบบสุริยจักรวาล

แต่ความฝัน จินตนาการ และศักยภาพของมนุษย์ไม่ได้หยุดลงเพียงเท่านี้ ดังที่กล่าวตอนต้น ดวงจันทร์เป็นเพียงหน้าด่าน ดาวอังคารต่างหากคือสิ่งที่มนุษย์กำลังมุ่งไป

“ดาวอังคารคือเป้าหมายที่ใหญ่กว่า เนื่องจากบนดาวอังคารมีสภาพคล้ายโลก มีบรรยากาศ แต่การจะเดินทางจากโลกไปดาวอังคาร ตอนนี้มี 2 แนวทางคือ หนึ่ง-อาศัยสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งมันก็มีอายุไม่ถึงอยู่ดี ต้องส่งชุดใหม่ขึ้นไปอีก หรือสอง-ใช้ดวงจันทร์นี่แหละเป็นฐาน เป็นหน้าด่านที่จะเดินทางต่อไปยังดาวอังคาร เพราะว่าดวงจันทร์ขนาดเล็กและเวลาขึ้นจากดวงจันทร์จะง่ายกว่า” รศ.ดร.ชัยวัฒน์ อธิบาย

แต่การตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคารจะง่ายกว่าบนดวงจันทร์ แม้จะยังต้องสร้างโดมปิดเหมือนกัน เพราะบรรยากาศของดาวอังคารถึงจะมีมากกว่าบนดวงจันทร์ แต่ก็เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ แต่ดาวอังคารมีขนาดเล็กกว่าโลกประมาณครึ่งหนึ่ง และแรงดึงดูดที่ใกล้เคียงกับโลก

เท่านั้นยังไม่พอ ขณะนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังสนใจดวงจันทร์ไตตัน บริวารของดาวเสาร์ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าโลกมาก แต่กลับมีบรรยากาศที่หนาแน่นกว่า ซึ่งดวงจันทร์จะเป็นก้าวแรกของการสำรวจระบบสุริยะที่ไกลออกไปจากดาวอังคาร วันข้างหน้ามนุษย์อาจจะไปเหยียบดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ที่ไกลออกไป



“นัก วิทยาศาสตร์คนสำคัญบางคน มองว่าเราต้องไปดวงจันทร์ให้ได้ ถ้าเราจะบุกเบิกระบบสุริยะ เพราะดวงจันทร์เป็นเสมือนเมืองหน้าด่านที่จะทำให้เราไปไหนต่อไหนได้ง่าย”

เราไม่ได้อยู่คนเดียว

อีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กัน หากข้อสันนิษฐานว่า น้ำบนดวงจันทร์มาจากดาวหางที่พุ่งเข้าชนจริง และน้ำคือองค์ประกอบพื้นฐานของชีวิต นั่นหมายความว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในอวกาศ และไม่ได้อยู่เพียงดาวดวงเดียว

“ผม อยากจะบอกว่า ตอนนี้ ทฤษฎีโมเลกุลพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่มากับดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยก็มี ความเป็นไปได้ และน่าจะเป็นส่วนช่วย แปลว่าจริงๆ แล้ว ชีวิตเกิดไม่ยาก เพียงแต่ว่าจะพัฒนาขึ้นมาได้หรือไม่ ผมเชื่อว่าดาวอังคารก็น่าจะเคยมีสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้น แต่ไม่พัฒนา ถ้ามี แสดงว่าอาจจะสูญพันธุ์ไปแล้ว วันนี้ ถ้าเราไป เราน่าจะเจอ แต่เจอเป็นฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ระดับแบคทีเรีย”

อย่างไรก็ตาม ถ้าจะรวมไปถึงสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาเฉกเช่นมนุษย์ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ บอกว่า ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุได้ แต่...

“เรามีหลักฐานอื่นๆ ที่สนับสนุนมากขึ้น” รศ.ดร.ชัยวัฒน์ บอกเล่าข้อมูลที่น่าตื่นเต้น “คือมีการพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นครับ ถ้ามีมนุษย์ต่างดาวจริง เขาต้องอยู่บนดาวเคราะห์ ล่าสุด เพียงชั่วเวลาแค่ 20 ปีที่เราเริ่มค้นหา ตอนนี้ตัวเลขขึ้นไปถึงกว่า 400 ดวงแล้ว และยังจะเจออีกเยอะ เพราะเทคโนโลยีการค้นหากำลังเร่งกันมากทีเดียว สร้างขึ้นมาเพื่อค้นหาดาวเคราะห์โดยตรงเลย โดยเฉพาะดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกเรา”

ถามว่า ที่พูดๆ มานี้ มันก็เป็นเรื่องของประเทศมหาอำนาจที่มีเงินถุงเงินถังทั้งนั้น แล้วประเทศเล็กๆ แถมหนี้จมหูอย่างไทย จะไปเกี่ยวอะไรกับเขาได้ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ บอกว่าโดยปกติ สหรัฐฯ หรือประเทศอื่นๆ ที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีอวกาศ ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย จีน ญี่ปุ่น ยุโรป หรือล่าสุด อินเดีย ก็มักมีโครงการร่วมมือ ศึกษา วิจัย อยู่แล้ว ซึ่งถ้าไทยมีความมุ่งมั่นเพียงพอ เราก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเหล่านี้ได้ไม่ยาก วันหนึ่งข้างหน้า เราอาจจะมีนักบินอวกาศคนแรกก็ได้ ใครจะรู้


..........

สิ่งที่เราอ่านในนวนิยายวิทยาศาสตร์ถึงการแสวงหาพิภพใหม่ การตั้งถิ่นฐานบนดาวดวงอื่น กำลังจะกลายเป็นจริง

อย่าหาว่าวิตกเกินเหตุ วันหนึ่งข้างหน้า เมื่อมนุษย์ยังมีความโลภมากมาย เช่นที่เผาผลาญโลกเราทุกวันนี้ ‘Star Wars’ สงครามดวงดาวก็คงหนีไม่พ้น การบุกรุกแย่งชิงทรัพยากรและฆ่าฟันสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงอื่น อย่างในภาพยนตร์เรื่อง ‘Avatar’ ก็คงต้องเกิด แล้วเราจะมี 2012 อีกกี่ครั้งกัน

ไม่ว่าจะอยู่ไกลโพ้นกี่ล้านปีแสง มนุษย์ก็คือมนุษย์วันยังค่ำ
……….
เรื่อง : ทีมข่าว CLICK

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันนี้ 27 พฤศจิกายน ในอดีต

วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2438 (ค.ศ. 1895) – อัลเฟรด โนเบล ได้เขียนพินัยกรรม ว่าหลังจากที่เขาตาย จะมีการให้รางวัลกับบุคคลที่มีผลงานวิจัยโดดเด่น รางวัลนี้คือ รางวัลโนเบล
รางวัลโนเบลเป็นความตั้งใจก่อนเสียชีวิตของ อัลเฟรด โนเบล (Alfred Nobel) นักเคมีชาวสวีเดน ผู้คิดค้นระเบิดไดนาไมต์ ซึ่งรู้สึกเสียใจจากการที่ระเบิดของเขาถูกนำไปใช้ในการคร่าชีวิตมนุษย์ เขาจึงมอบ 94% ของทรัพย์สินมาให้เป็นเงินทุนในรางวัลโนเบล 5 สาขา (เคมี, การแพทย์, วรรณกรรม, สันติภาพ และฟิสิกส์)


สำหรับสาขาเศรษฐศาสตร์นั้น ได้เพิ่มเข้ามาเมื่อ พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) โดยธนาคารแห่งชาติสวีเดน โดยชื่ออย่างเป็นทางการคือ Bank of Sweden Prize in Economic Sciences in Memory of Alfred Nobel (รางวัลธนาคารกลางสวีเดน สาขาเศรษฐศาสตร์ ในความทรงจำถึง อัลเฟรด โนเบล) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Nobel Memorial Prize in Economics โดยผู้ตัดสินรางวัลคือ Royal Swedish Academy of Sciences. เนื่องจากรางวัลนี้ไม่ได้อยู่ในความตั้งใจก่อนเสียชีวิตของ อัลเฟรด โนเบล ดังนั้นจึงไม่ได้รับเงินรางวัลจากมูลนิธิโนเบล แต่ได้รับเงินจากธนาคารกลางสวีเดน อย่างไรก็ตาม รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์มีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับรางวัลในสาขาอื่น ๆ การมอบรางวัลนี้ ก็จะมอบในวันเดียวกันกับรางวัลโนเบลสาขาอื่น โดยมีกษัตริย์สวีเดนเป็นผู้มอบตั้งแต่ปี 1902 เป็นต้นมา ได้รับเหรียญตรา และจำนวนเงินเท่าเทียมกัน ซึ่งในตอนแรกนั้นกษัตริย์ออสการ์ที่ 2 แห่งสวีเดนทรงไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการมอบรางวัลที่สำคัญสูงสุดระดับประเทศ นี้ให้กับคนต่างชาติ แต่สุดท้ายพระองค์ก็ทรงเปลี่ยนพระทัยเนื่องจากทรงเล็งเห็นว่ารางวัลที่สำคัญ นี้จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ

วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) – สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เริ่มทำการออกอากาศโทรทัศน์สีเป็นครั้งแรกของเมืองไทย โดยทดลองถ่ายทอดสดรายการประกวดนางสาวไทย จากเวทีบริเวณงานวชิราวุธานุสรณ์ พระราชวังสราญรมย์


บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ก่อตั้งขึ้น ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510 สองวันก่อนหน้าที่จะร่วมมือกับกองทัพบก เพื่อดำเนินการส่งโทรทัศน์สีตามมติและนโยบายของคณะกรรมการควบคุมวิทยุและ โทรทัศน์กองทัพบก ในสมัยที่ จอมพล ประภาส จารุเสถียรดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น เริ่มทำการทดลองออกอากาศโทรทัศน์สี โดยใช้มาตรฐานการออกอากาศ CCIR 625 เส้น ในระบบ PAL เป็นครั้งแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ด้วยการ ถ่ายทอดสด การประกวดนางสาวไทย ที่จัดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของงานวชิราวุธานุสรณ์ จากพระราชวังสราญรมย์ โดยใช้ชื่อว่า “สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7”

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

กูเกิลจับแผนที่จราจรไทยแสดงข้อมูลขนส่งมวลชนที่แรกในโลก


กูเกิลร่วมมือหน่วยงานคมนาคมขนส่งทางบกในกรุงเทพฯ เปิดบริการใหม่แสดงข้อมูลการเดินทางผ่านบริการขนส่งมวลชนแห่งแรกของโลก และสภาพการจราจรเป็นประเทศที่ 8 ของโลก เชื่อเป็นการผลักดันให้นักเดินทางสามารถเข้ามาท่องเที่ยวภายในประเทศได้ สะดวกมากขึ้น

แอนดรู แมคกลินชีย์ หัวหน้าฝ่ายการจัดการผลิตภัณฑ์ กูเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า หลังจากทางกูเกิลเปิดให้บริการแผนที่พร้อมนำทางสำหรับประเทศไทยเมื่อเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่ามียอดผู้เข้ามาใช้งานเป็นจำนวนมาก ทางกูเกิลมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาจึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรภายในประเทศเพื่อ อำนวยความสะดวกในการใช้งานในการใช้งานแผนที่ของกูเกิล

"จาก ยอดจำนวนผู้ใช้งานที่มากขึ้นแม้ว่าจะไม่สร้างรายได้ให้กับทางกูเกิลโดยตรง จากจำนวนผู้เข้าใช้งาน แต่อย่างที่รับรู้กันว่ารายได้ส่วนใหญ่ของกูเกิลมาจากโฆษณาต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเว็บไซต์ ดังนั้นการให้บริการต่างๆ ที่ทางกูเกิลพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองผู้บริโภคอย่างแท้จริง"

พรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาดประจำประเทศไทย กุเกิล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ข้อมูลถึงบริการดังกล่าวว่า เป็นการร่วมมือกันของทางภาครัฐและเอกชนที่ช่วยให้ทางกูเกิลสามารถเข้าถึง ข้อมูลทางด้านการคมนาคม โดยในเบื้องต้นจะเปิดให้บริการภายในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน

"การ เข้ามาร่วมมือกับหน่วยงานคมนาคมขนส่งภายในกรุงเทพฯ ช่วยให้แผนที่ของกูเกิลสามารถแสดงข้อมูลการเดินทางผ่านบริการขนส่งมวลชน รวมไปถึงการแสดงผลสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้บริโภคสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น ในส่วนของการขยายพื้นที่ไปในต่างจังหวัดนั้น ทางเรามองว่าขึ้นอยู่กับพันธมิตรที่จะเข้ามาร่วมมือในการให้ข้อมูล เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภคในท้ายที่สุด"

การที่ทางกูเกิลเลือกประเทศไทยเพื่อเปิดบริการทั้งแผนที่การนำทาง ผ่านบริการขนส่งมวลชนและแสดงสภาพการจราจรภายในกรุงเทพฯมหานครเป็นที่แรกนั้น เกิดขึ้นจากการแข่งขันกันภายในแต่ละภูมิภาคในโลก ซึ่งเมื่อประเทศใดมีความพร้อมก่อนก็จะได้รับสิทธินั้น

ในการร่วมมือกับหน่วยบริการคมนาคมภายในประเทศได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำหรับการแสดงสภาพการจราจรแบบทันทีทันใด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) สำหรับข้อมูลป้ายรถเมล์และเส้นทางเดินรถ บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงทพ จำกัด (BTS) และ บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ (MRT) ในเรื่องข้อมูลสถานีของรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน
data news
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000143236

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันนี้ 26 พฤศจิกายน ในอดีต

วันนี้ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465 (ค.ศ. 1922) – โฮเวิร์ด คาร์เตอร์ และ ลอร์ดคาร์นาร์วอน เป็นคนกลุ่มแรกในรอบกว่า 3,000 ปีที่เข้าสู่สุสานฝังพระศพของฟาโรห์ตุตันคามุน



ฟาโรห์ ตุตันคามุน (Tutankhamun) หรือ ตุตันคาเมน เป็นฟาโรห์องค์ที่ 12 ในราชวงค์ที่ 18 ของอียิปต์โบราณ ครองราชย์ระหว่าง 1325 - 1334 ปีก่อนคริสตกาล ก่อนหน้าขึ้นครองราชย์ใช้พระนามว่า “ตุตันคาเตน” อันหมายถึงเทพอาเตน หรือสุริยเทพอวตารลงมา การบริหารบ้านเมืองจึงตกอยู่กับวิเซียร์ ไอย์ (Vizier Ay) ฟาโรห์ ตุตันคาเมนได้ครองราชย์ในรัชสมัยของพระองค์ช่วงสั้นๆ ราว 9 ปี ก็สิ้นพระชนม์เสียก่อน เป็นเพราะฟาโรห์ตุตันคาเมน สิ้นพระชนม์อย่างกะทันหัน วิเซียร์ อัยย์จึงได้สร้างสุสานถวายแบบง่าย ๆ

ราวสองร้อยปีต่อมา มีการสร้างสุสานของฟาโรห์รามเสสที่ 6 ทับสุสานของ ฟาโรห์ตุตันคาเมน ทั้ง ๆ ที่คนงานก็รู้แต่นึกว่าเป็นบุคคลธรรมดาจึงไม่ได้เสนอเบื้องบน จึงทำให้สุสานของฟาโรห์ตุตันคาเมนนี้ ปลอดภัยและนับเป็นสุสานที่สมบูรณ์ที่สุด

ฟาโรห์ตุตันคามุนทรงได้อภิเษกสมรสกับพระนางอันเคเซนามุน พระธิดาพระองค์ที่ 3 จากทั้งหมด 6 พระองค์ในพระนางเนเฟอร์ติติ ซึ่งเป็นมเหสีองค์แรกของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 4 เจ้าหญิงจากมิตันนี (Mitanni) ซึ่งเป็นอาณาจักรโบราณแห่งหนึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเหนือของดินแดนเมโสโปเตเมีย

ฟาโรห์ตุตันคาเมน สวรรคตอย่างฉับพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งๆ ที่ยังมีพระชนมายุยังไม่ครบ 19 ชันษา อีกทั้งไม่มีองค์รัชทายาท วิซิเออร์ อัยย์ จึงรีบฉวยโอกาสแต่งกับราชินีม่ายเพื่อจะได้ครอบครองดินแดนอียิปต์ต่อไป
คำสาปของฟาโรห์ตุตันคาเมน

ลอร์ด คาเนวอน ได้ว่าจ้างคณะสำรวจของนายโฮเวิร์ด คาร์เตอร์ เพราะต้องการให้มีการสำรวจสุสานฟาโรห์ เป็นคณะแรกที่ได้เข้าสู่สุสานของตุตันคาเมนในหุบผากษัตริย์ เมืองลักซอร์ ในวันที่ 4 พ.ย. 1922 โดยคาร์เตอร์ใช้เวลาถึง 10 ปี ในการขุดค้นสุสานและค้นพบห้องเก็บพระศพ โลงพระศพที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์

สำหรับสุสานฟาโรห์หนุ่มองค์นี้คือ คำสาป ที่นักบวชไอยคุปต์บรรจงสลักไว้ในสุสานของตุตันคาเมน “มรณะจักโบยบินมาสังหารสู่ผู้บังอาจรังควานสันติสุขแห่งพระองค์ฟาโรห์” ข้อความที่ขลังและเปี่ยมด้วยอาถรรพณ์นี้ ทำให้มีการตายอย่างน่าพิศวงซึ่งเชื่อกันว่าเกิดขึ้นเพราะฤทธิ์คำสาป

ลอร์ด คาเนวอนก็เสียชีวิตขณะพักอยู่ที่โรงแรมในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ในเวลาเดียวกันที่บ้านของลอร์ด คาเนวอนที่ประเทศอังกฤษมี สุนัขอยู่หนึ่งตัวซึ่งลอร์ด คาเนวอนได้เลี้ยงไว้ สุนัขตัวนี้ได้ส่งเสียงเห่าหอนในตอนดึกเหมือนกับว่าได้รู้ว่าลอร์ด คาเนวอนเสียชีวิตลงแล้ว หนึ่งปีผ่านไป คนงานในคณะสำรวจของคาร์เตอร์เสียชีวิตลง หลังจากนั้น 6 ปีได้มีการเปิดหลุมศพอีกครั้งแต่ในครั้งนี้ได้มีคนตายอีกถึง 12 คน




วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493 (ค.ศ. 1950) – กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนในเกาหลีเหนือตอบโต้การโจมตีของทหารเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกา ทำให้สงครามเกาหลียืดเยื้อยาวนานกว่าที่คาดกันไว้

ประเทศเกาหลีโดนยึดครองโดยประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ ประเทศเกาหลีได้รับอิสระ สหรัฐอเมริกาได้ช่วยญี่ปุ่นในการฟื้นฟูดินแดน เนื่องด้วยเกาหลีอยู่ติดกับประเทศอื่นๆรอบด้าน โดยด้านเหนือของเกาหลีติดกับประเทศจีน และทางใต้ติดกับญี่ปุ่นซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของอเมริกานั้น การปกครองที่แตกต่างของประเทศรอบด้านจึงเข้ามามีอิทธิพลต่อประเทศเล็กๆที่ อยู่ตรงกลางระหว่างมหาอำนาจ จีนและสหภาพโซเวียดที่มีการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ญี่ปุ่นและอเมริกาที่มีการปกครองแบบประชาธิปไตย เกาหลีที่ซึ่งได้รับอิสรภาพ จำเป็นต้องมีผู้นำ แต่หากว่าประชากรที่มีในขณะนั้นมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป ส่วนที่ติดกับจีนก็เห็นว่าการปกครองแบบคอมมิวนิสต์เป็นสิ่งที่ดี แต่อีกด้านที่อยู่ติดกับญี่ปุ่นและอเมริกาก็เห็นว่าการปกครองแบบประชาธิปไตย ดี จึงเป็นเหตุให้เกิดการแบ่งแยกการปกครองออกเป็นสองแบบ คือแบบคอมมิวนิสต์และประชาธิปไตย เมื่อเกาหลีทั้งสองชาติมีความเห็นที่ต่างกันแล้ว เกาหลีที่รับการปกครองแบบคอมมิวนิสต์มานั้น มีความต้องการอยากที่จะให้เกาหลีที่มีการปกครองที่ต่างกันมีการรวมชาติให้ เป็นหนึ่งเดียวกัน จึงส่งกำลังทหารเข้ายึดเกาหลีส่วนที่รับการปกครองแบบประชาธิปไตย ด้วยวิธีการรวมชาติแบบที่ผิดไป จึงทำให้เกิดสงครามเกาหลีขึ้น จึงเป็นเหตุให้เกาหลีแบ่งออกเป็นสองส่วน คือเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยมีเส้นแบ่งอยู่ที่เส้นขนานที่ 38
[แก้] สงครามเริ่มต้น

วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2493 ทหารฝ่ายเกาหลีเหนืออาศัยอาวุธยุทโธปกรณ์ของโซเวียตบุกข้ามเส้นขนานที่ 38 ลงมา วันที่ 28 มิถุนายน ก็สามารถยึดกรุงโซลได้ สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน ได้สั่งการให้นายพลดักลาส แมกอาร์เทอร์ ผู้บัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกในขณะนั้น ให้ทำการตอบโต้

วันที่ 5 กรกฎาคม ปีเดียวกัน กองทัพสหรัฐได้บุกเข้าสู่เกาหลีเหนือ

สหประชาชาติได้ลงมติให้ยกกองกำลังเข้าช่วยเหลือเกาหลีใต้ กองกำลังสหรัฐอเมริกาจึงเข้าร่วมกับกองกำลังของสหประชาชาติ ซึ่งประกอบด้วยกองกำลังของอีก 15 ชาติ (รวมประเทศไทย) ในตอนแรกนั้นดูเหมือนว่าฝ่ายสหประชาชาตินั้นจะเป็นฝ่ายที่ถอยร่นมาโดยตลอด เป็นเพราะทางสหรัฐมีการดำเนินนโยบายยุโรปก่อนจึงให้กำลังพลกับแมคอาเทอร์ไม่ เต็มที่ ซึ่งทำให้แมคอาเทอร์โกรธมากจึงออกคำสั่งให้นำกำลังพลอเมริกันในแปซิฟิกมาใช้ ก่อน หลังจากที่สหรัฐเริ่มให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เกาหลีเหนือก็ได้แต่ถอย ร่นจนไปถึงเส้นขนานที่ 38

อ่านต่อกด..จ๊ะ.