เรียนท่านผู้มีอุปการะคุณ ที่เข้ามาเยี่ยมชม สมองสองซีก ตอนนี้ทางทีมงานได้ย้ายไป link ใหม่ตาม นี้ขอรับ http://g-sciences.blogspot.com ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามขอรับ

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไทยแดดเยอะแต่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์น้อยกว่าญี่ปุ่น 100 เท่า


บริษัท โอสถาสภา จำกัด แถลงข่าวโครงการ “M-150 Ideology ปฏิบัติการสร้างสรรค์นวัตกรรม โซลาร์เซลล์” พร้อมจัดวงเสวนา "โซลาร์เซลล์" ย่อมๆ ให้ความรู้แก่ผู้ร่วมงาน



ดร.พอพนธ์ สิชฌนุกฤษฏ์ (ภาพจากแฟ้มข่าวผู้จัดการวิทยาศาสตร์)



กมล ตรรกบุตร กรรมการสภาวิศวกร



สุวัฒน์ เชาว์ปรีชา ประธานกรรมการบริหารบริษัท ฤทธา จำกัด



เอกชาติ หัตถา นักวิจัยโซลาร์เทค



รศ.ดร.สมชัย รัตนธรรมพันธ์ ภาควิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



ผอ.โซลาร์เทคชี้ญี่ปุ่นมีแดดน้อยกว่าไทยแต่ ใช้โซลาร์เซลล์มากกว่าไทยร้อยเท่า แนะเป็นแหล่งพลังงานสำหรับผู้ด้อยโอกาสในชนบท เผยคนไทยผลิตโซลาร์เซลล์ประสิทธิภาพสูง - ต้นทุนต่ำได้แล้ว ภาคเอกชนเสนอควรติดโซลาร์เซลล์ตามสถานที่ราชการสำรองไฟยามเกิดภัยพิบัติ

ด้วยเห็นว่าประเทศไทยเป็นเมืองร้อนและมีแสงแดดมากแบบไม่ต้องซื้อหา หากเปลี่ยนบางส่วนมาเป็นไฟฟ้าได้ คงประหยัดค่าพลังงานได้มาก ผู้จัดการวิทยาศาสตร์ได้ติดตามไปเก็บข้อมูลจากวงเสวนา “โซลาร์เซลล์ พลังงานทางเลือกในอนาคต” ซึ่งจัดขึ้นในงานแถลงข่าวเปิดโครงการ “M-150 Ideology ปฏิบัติการสร้างสรรค์นวัตกรรม โซลาร์เซลล์”

ดร.พอพนธ์ สิชฌนุกฤษฏ์ ผผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์แห่งชาติ (โซลาร์เทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวเปิดประเด็นผ่านเทปวิดีโอว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแสงแดดมากกว่าญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าแห่งพลังงานแสงอาทิตย์มาก

ทั้งนี้ ผอ.โซลาร์เทค ชี้ว่า ประเทศญี่ปุ่นมีปริมาณแสงแดดทั้งปีเพียง 70% ของบ้านเรา ทว่ากลับเป็นประเทศที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์มากกว่าไทยถึง 100 เท่า แสดงให้เห็นศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีอยู่มาก ขณะที่ประเทศไทยยังไม่ได้นำออกมาใช้

“อีก ประมาณ 20 ปี ในปี พ.ศ.2573 ญี่ปุ่นตั้งเป้าที่จะผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้ 10% ของความต้องการไฟฟ้าทั้งประเทศ หรือคิดเป็นจำนวนไฟฟ้าที่ไทยเราใช้อยู่ทั้งหมดในปัจจุบัน” ดร.พอพนธ์ให้สัมภาษณ์ผู้จัดการวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม

แม้ปัจจุบันญี่ปุ่นยังมีพลังงานแสงอาทิตย์ใช้เพียง 1.7% หรือเพียง 10 กิกะวัตต์ของความต้องการไฟฟ้าทั้งหมดจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ไม่ต่ำกว่า 100 กิกะวัตต์ใน 20 ปีข้างหน้า ทว่า ดร.พอพนธ์เชื่อว่ามีความเป็นไปได้แน่นอน ซึ่งไฟฟ้า 1 กิกะวัตต์จะเท่ากับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ถึง 1 โรงทีเดียว

นอกจากนี้ ดร.พอพนธ์ มองว่า สำหรับคนในตัวเมืองแล้ว พลังงานแสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าอาจไม่มีความจำเป็นอะไรนัก ทว่า จะดียิ่งขึ้นหากเราจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ไปผลิตกระแสไฟฟ้าแจกจ่ายให้กับชาว บ้านในชนบทห่างไกลที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงไฟฟ้าสู่ผู้ด้อยโอกาส

อย่างไรก็ดี นายกมล ตรรกบุตร กรรมการสภาวิศวกร ให้ข้อมูลว่าจุดด้อยของพลังงานแสงอาทิตย์คือต้นทุนการผลิตที่สูงมาก โดยในยุคเริ่มต้นของพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยเมื่อราวปี 2520 ซึ่งเกิดวิกฤติพลังงานเหมือนปัจจุบัน ขณะ นั้นการติดตั้งโซลาร์เซลล์มีต้นทุนวัตต์ละ 250 บาท การพัฒนาเซลล์แสงอาทิตย์รุ่นใหม่ให้มีราคาถูกลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้นจึง เป็นสิ่งที่จำเป็น

ในจุดนี้ นายเอกชาติ หัตถา นักวิจัยโซลาร์เทค ให้ข้อมูลแก้ว่า ในปัจจุบันนักวิจัยไทยสามารถแก้ข้อจำกัดด้านต้นทุนการติดตั้งเซลล์แสง อาทิตย์ได้แล้ว โดย โซลาร์เทคสามารถผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดฟิล์มบางอะมอร์ฟัสซิลิกอนได้ด้วยต้น ทุนต่ำกว่า 100 บาทต่อวัตต์ ขณะที่ประสิทธิภาพการแปลงแสงแดดเป็นไฟฟ้ายังเพิ่มขึ้นสูงสุด 15.7% ด้วย ดังนั้นการขยายผลสู่การเชิงพาณิชย์ด้วยนวัตกรรมแปลกใหม่จึงเป็นที่น่าสนใจติดตามมาก

ส่วนนายสุวัฒน์ เชาว์ปรีชา ประธานกรรมการบริหารบริษัท ฤทธา จำกัด แสดงความคิดเห็นว่า แม้ ปัจจุบันเซลล์แสงอาทิตย์ยังมีราคาค่อนข้างแพงไปบ้าง แต่เราก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ในฐานะแหล่งจ่ายไฟสำรองในเวลาที่แหล่งเชื้อ เพลิงอื่นๆ ไม่สามารถใช้การได้ อาทิ เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างพายุนาร์กีส โดยสถานที่สำคัญทางราชการควรจะต้องมีไว้รับมือหากเกิดปัญหาโดยต้องไม่ชะล่า ใจ หรือประมาทว่าจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้

ปิดท้ายที่ รศ.ดร.สมชัย รัตนธรรมพันธ์ ภาควิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สรุปว่า การ พัฒนานวัตกรรมแสงอาทิตย์ที่เป็นที่ต้องการในอนาคตไม่จำเป็นต้องเป็นของที่มี ราคาแพงเท่านั้น แต่อยู่ที่การใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งนั้นเองเป็นจุดที่เขาฝากโจทย์ให้คนรุ่นใหม่นำไปพัฒนานวัตกรรมเซลล์แสง อาทิตย์ของประเทศต่อไป

สำหรับโครงการ “M-150 Ideology ปฏิบัติการสร้างสรรค์นวัตกรรม โซลาร์เซลล์”จัด ขึ้นโดยบริษัท โอสถสภา จำกัด ภายใต้การสนับสนุนของโซลาร์เทค เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาจับกลุ่มกัน 10-12 คน เพื่อส่งแนวคิดนวัตกรรมเซลล์แสงอาทิตย์เข้าประกวด โดย 5 ทีมสุดท้ายจะได้รับการสนับสนุนทุนพัฒนานวัตกรรม 2 แสนบาท พร้อมนำผลงานไปติดตั้งใช้จริงในพื้นที่เป้าหมายของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้สนใจดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.m-150.com .

data manager online

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

"ลอร์ดออฟเดอะริง" ของจริง ! วงแหวนยักษ์รอบดาวเสาร์รัศมีไกลถึง 13 ล้านกิโลเมตร



ภาพวาดจำลองวงแหวนยักษ์ของดาวเสาร์ที่พบใหม่ โดยดาวเสาร์ที่เห็นเป็นจุดเล็กๆ ถูกขยายออกมาให้เห็นในภาพวงกลม (เอพี/นาซา)


พบวงแหวนวงใหญ่รอบดาวเสาร์ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จับภาพไม่ได้ด้วยแสงปกติ แต่กล้องสปิตเซอร์จับภาพจากสัญญาณอินฟราเรด เป็นวงแหวนบางๆ ที่ขอบวงแหวนอยู่ห่างดาวเสาร์ไกลออกไป 13 ล้านกิโลเมตร และเอียงจากวงแหวนเดิม 27 องศา

เอพีระบุว่า ห้องปฏิบัติการจรวดขับเคลื่อนความดัน (Jet Propulsion Laboratory) หรือเจ็ทแล็บ (Jet Lab) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ได้พบวงแหวนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นอนุภาคฝุ่นและน้ำแข็งที่เรียงตัวกันบางๆ อยู่ห่างออกมาจากระบบดาวเสาร์

วงแหวนขอบในอยู่ห่างออกมาประมาณ 6 ล้านกิโลเมตร ส่วนวงแหวนขอบนอกอยู่ไกลออกไป 13 ล้านกิโลเมตร และวงแหวนทำมุมเอียงกับวงแหวนหลักที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว 27 องศา

วงแหวนดังกล่าว กระเจิงแสงที่ตามองเห็น และไม่สะท้อนออกมากนัก จึงจับภาพไม่ได้ด้วยแสงธรรมดา แต่กล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ (Spitzer) สามารถบันทึกภาพของวงแหวนดังกล่าว ไว้ด้วยแสงย่านรังสีอินฟราเรด

แม้ฝุ่นของวงแหวนจะมีอุณหภูมิค่อนข้างต่ำ คือ -158 องศาเซลเซียส แต่ก็ยังแผ่รังสีความร้อนออกมา ซึ่งวิทนีย์ คลาวิน (Whitney Clavin) โฆษกของเจ็ทแล็บกล่าวว่า ไม่เคยยมีใครเห็นตำแหน่งของวงแหวนดังกล่าว โดยใช้เครื่องมืออินฟราเรดมาก่อน

ความใหญ่ของวงแหวนดังกล่าว ก็มีที่ว่างมากพอจะบรรจุโลกลงไปได้ถึง 1 พันล้านใบ และก่อนการค้นพบครั้งนี้ ทราบกันว่าดาวเสาร์นั้นมีวงแหวนที่มีชื่อไล่ตามอักษรอังกฤษ A ถึง F และวงแหวนจางๆ อีก 2-3 วงที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ สำหรับการค้นพบครั้งนี้ได้รับการตีพิมพ์ลงวารสารเนเจอร์ (Nature)

"อนุภาค ของวงแหวนนั้นเล็กมากๆ ดังนั้นวงแหวนนี้จึงบางมากๆ ด้วย และโดยความเป็นจริงแล้ว ต่อให้คุณไปยืนอยู่ในวงแหวน คุณก็ไม่รู้เลยว่านั่นคือวงแหวน ในปริมาตร 1 ลูกบาศก์กิโลเมตรของวงแหวน มีอนุภาคให้เห็นแค่ 10-20 อนุภาคเท่านั้น" ดร.แอนน์ เวอร์บิสเซอร์ (Anne Verbiscer) นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย (University of Virginia) ในชาร์ลอตต์วิลส์ สหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยให้ความเห็นกับทางบีบีซีนิวส์




ภาพดวงจันทร์ไออาเปตัส ซึ่งด้านขวาจะเห็นเงาดำพาดทับ (บีบีซีนิวส์/นาซา)


ทั้งนี้สปิตเซอร์ได้จับภาพการแผ่รังสีอินฟราเรดของอนุภาคฝุ่น ที่มีขนาดเพียง 10 ไมครอน แต่ก็มีขนาดของอนุภาคหลายขนาด บางอนุภาคใหญ่กกว่านั้น หรือบางอนุภาคก็เล็กกว่า

อีกทั้งในการสร้างแบบจำลองยังชี้ให้เห็นว่า แสงอาทิตย์ได้ฉายลงบนเม็ดฝุ่นเหล่านี้ แล้วเกิดเป็นเงาตกลงบน ไอเอเปตัส (Iapetus) ดวงจันทร์ของดาวเสาร์ที่โคจรรอบๆ ดาววงแหวนที่ระยะห่าง 3.5 ล้านกิโลเมตร

สำหรับสมาชิกผู้ร่วมทีมวิจัยกับ ดร.แอนน์ประกอบด้วย ดักลาส แฮมิลตัน (Douglas Hamilton) จากคอลเลจปาร์ก (College Park) มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ (University of Maryland) และไมเคิล สครูทสกี (Michael Skrutskie) จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย (University of Virginia) เช่นเดียวกัน

thank news manager online

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552

โนเบลหญิงอิสราเอลคนแรกย้อนวัยเยาว์สุดแร้นแค้น ไร้หนังสืออ่าน วอนโลกให้โอกาสผู้หญิง


อาดา โยนาธ วัย 70 ปี นักวิจัยหญิงชาวอิสราเอลคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล (nobelprize.org)



"อาดา โยนาธ" นักวิทย์หญิงอิสราเอลคนแรก บนเวทีโนเบล เผยทั้งน้ำตา ชีวิตวัยเด็กยากจนข้นแค้น ไม่มีหนังสืออ่านแม้สักเล่ม ดีใจสุดๆ หลังรู้ข่าวดีว่าได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ พร้อมสนับสนุนเต็มที่ให้ผู้หญิง ขอโลกให้โอกาสและส่งเสริมสตรีให้ได้ทำงานวิทยาศาสตร์อย่างที่ใจต้องการ

ทันทีที่ผลการประกาศรางวัลโนเบล สาขาเคมี ประจำปี 2009 ออกมาอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 ต.ค.52 สื่อมวลชนในสวีเดนรีบติดต่อขอสัมภาษณ์พวกเขาทันทีทางโทรศัพท์ ซึ่งผู้ได้รับรางวัลในสาขานี้ ได้แก่ อาดา โยนาธ (Ada Yonath) นักวิจัยอิสราเอลวัย 70 ปี, โทมัส สไตตซ์ (Thomas Steitz) วัย 69 ปี และ เวนคาตรามัน รามกฤษณัน (Venkatraman Ramakrishnan) วัย 57 ปี ชาวสหรัฐฯ จากการศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของไรโบโซมในระดับอะตอม

โยนาธ (ขวาสุด) และ 2 นักวิจัยสหรัฐฯ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี 2009 ร่วมกัน (เอเอฟพี)


สไตตซ์ได้รับโทรศัพท์จากสวีเดน ซึ่งตรงกับช่วงเช้าตรู่ของสหรัฐฯ และเขาตื่นนอนพอดี ซึ่งเขาบอกกับสื่อมวลชนวิทยุของสวีเดนว่า โชคดีมากที่เขาตื่นขึ้นมาเพื่อจะไปออกกำลังกาย แต่คนที่โทรศัพท์มาหาบอกว่า ไม่ต้องไปโรงยิมแล้ว เพราะเดี๋ยวจะมีโทรศัพท์ตามมาอีกมากมาย

ขณะที่รามกฤษณันก็ได้รับโทรศัพท์ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยเขาให้สัมภาษณ์กับสื่อวิทยุของสวีเดนว่า พวกเขาเป็นเพียงกัปตันทีม ซึ่งมีหลายความคิดที่ทำให้เกิดงานวิจัยเรื่องนี้ และผู้ที่มีส่วนอย่างมากคือนักศึกษาและนักวิจัยหลังปริญญาเอก ส่วนเขานั้นอาจเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของความพยายามและความอุตสาหะอันยิ่ง ใหญ่ของทุกคนที่มีส่วนร่วมในงานวิจัยนี้

ส่วนโยนาธบอกกับสื่อมวลชนว่า เธออยู่ที่บ้านของลูกสาวในอิสราเอล สิ่งแรกที่รู้สึกคือมีความสุขเหลือมากมายเหลือเกิน ส่วนลูกของเธอก็รู้สึกภูมิใจมาก นั่นยิ่งทำให้เธอมีความสุขมากยิ่งกว่า

ทั้งนี้ โย นาธเป็นกลายเป็นผู้หญิงชาวอิสราเอลคนแรก ที่ได้รับรางวัลโนเบลอันทรงเกียรติ และเป็นผู้หญิงคนที่ 4 ที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเคมี โดยมีแมรี กูรี(Marie Curie) เป็นผู้หญิงคนแรกที่บนเวทีโนเบล และได้รับรางวัลในสาขาเคมี ซึ่งเรื่องราวของกูรียังเป็นแรงบันดาลใจให้กับโยนาธ ที่ดำเนินรอยตามกูรีเข้ามาทำงานด้านวิทยาศาสตร์ โดยโยนาธเป็นชาวอิสราเอลคนที่ 3 ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี และเป็นชาวอิสราเอลคนที่ 9 ที่ได้รับรางวัลนี้


อาดา โยนาธ เมื่อปี 2549 (เอเอฟพี)

เพียงชั่วครู่หลังการประกาศผลรางวัลโนเบลสาขาเคมีในกรุงสต็อคโฮล์ม โยนาธก็ได้รับโทรศัพท์แสดงความยินดีจากนายชิมอน เปเรส (Shimon Peres) ประธานาธิบดีอิสราเอล ซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปี 2537 จากนั้นโยนาธได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อวิทยุของอิสราเอลว่า ช่วงวัยเด็กครอบครัวเธอมีฐานะยากจนมาก อาศัยอยู่ในเยลูซาเลมสมัยที่อังกฤษยังปกครองปาเลสไตน์

"ช่วงชีวิตวัยเด็กของฉัน ไม่มีอะไรเลยที่พอจะบอกได้ว่าฉันจะมาจนถึงจุดนี้ ถึงแม้ว่าพ่อแม่และครอบครัวของฉันจะคิดอยู่เสมอว่า ยังมีโอกาสที่ให้เราได้แสดงคุณค่า" โยนาธให้สัมภาษณ์ไปพร้อมกับร้องไห้ไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ

โยนาธเป็นหนึ่งในนักวิจัย ที่บุกเบิกการศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างผลึกของไรโบโซม ซึ่งเธอสามารถสร้างผลึกไรโบโซมได้เป็นครั้งแรกในปี 2523 และตั้งข้อสังเกตเป็นครั้งแรกว่ามีปริศนาซ่อนอยู่ภายในไรโบโซม ซึ่งเธอมีความอยากรู้อยากเห็นตั้งแต่เด็ก และหลังจากที่ได้อ่านเรื่องราวของกูรีก็จุดประกายความอยากเป็นนักวิทยา ศาสตร์ในตัวเธอ

"งานวิจัยของเราดำเนินไปตลอดระยะเวลาหลายปี และพัฒนาไปในทิศทางที่แตกต่าง ทุก ครั้งที่ฉันคิดว่าฉันกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาที่มีขนาดใหญ่ราวกับยอดเขาเอเวอ เรส ทางเดียวที่จะแก้ได้ก็คือฉันต้องค้นพบสิ่งที่ใหญ่กว่าเอเวอเรสที่อยู่ข้าง หลังมันเท่านั้น และเมื่อฉันกะเทาะโครงสร้างของไรโบโซมออกมาได้ ฉันสุดแสนจะมีความสุข ฉันมีความสุขมากจริง" โยนาธกล่าว

นอกจากนั้นเอเอฟพียังได้นำข้อความตอนหนึ่งที่โยนาธเคยให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนเมื่อปี 2551 โดยเธอเล่าว่า ตลอดชีวิตของเธอมีแต่การทดลอง มันเป็นความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องที่แสนจะธรรมดา และครั้งหนึ่งเธอเคยตกจากระเบียงบ้านจนแขนหักเพราะพยายามจะวัดความสูงของ ระเบียงด้วย

ขอโอกาสให้ผู้หญิงทำงานวิทยาศาสตร์

"ฉันไม่เคยคิดเลยว่าฉันเป็นผู้หญิงหรือไม่เมื่อฉันได้ทำงานวิทยา ศาสตร์ ฉันเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่เกิดในครอบครัวที่ยากจนข้นแค้นมาก ขนาดไม่มีหนังสืออ่านสักเล่ม" โยนาธกล่าว

"ผู้หญิงสร้างประชากรขึ้นมามาครึ่งหนึ่ง ฉันคิดว่าประชากรกำลังสูญเสียพลังสมองของมนุษย์ไปครึ่งหนึ่งจากการที่ไม่ส่งเสริมผู้หญิงให้ทำงานด้านวิทยาศาสตร์ ผู้หญิงก็สามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้หากพวกเธอได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ฉันอยากให้ผู้หญิงได้รับโอกาสทำในสิ่งที่พวกเธอสนใจ จากเรื่องที่พวกเธอสงสัย และฉันอยากให้โลกเปิดโอกาสนั้นให้กับพวกเธอ ซึ่งฉันรู้ว่าในหลายพื้นที่ยังคงคัดค้านเรื่องนี้อยู่" นักวิทย์หญิงรางวัลโนเบลคนแรกของอิสราเอล กล่าว

ทั้งนี้ โยนาธจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยฮิบรู ในเยรูซาเลม (Hebrew University in Jerusalem) และจบปริญญาเอกจากสถาบันไวซ์มันน์ (Weizmann Institute) ในอิสราเอล จากนั้นไปทำวิจัยหลังปริญญาเอกที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) และมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University) ในสหรัฐฯ

ปัจจุบันโยนาธดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ทางด้านชีววิทยาโครงสร้างและชี วโมเลกุลอยู่ที่สถาบันไวซ์มัน และอาศัยอยู่กับลูกสาว 1 คน ในเยลูซาเลม



อาดา โยนาธ (ขวา) เมื่อครั้งได้รับรางวัล Paul Ehrlich and Ludwig Darmstaedter Prize ในเยอรมนี (เอเอฟพี)


thank data news manageronline ASTV

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

“เณรสิขา นิวรณ์ 5” เกมคอมฯ จากเด็กไอที ม.รังสิต


ปัจจุบันเยาวชนไทยอยู่ใกล้ชิดกับเกมคอมพิวเตอร์อย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ใช่ว่าการเล่นเกมจะมีพิษภัยเสมอไป หากผู้ปกครอง ผู้สร้างเกม และผู้เกี่ยวข้อง นำเสนอเกมใหม่ๆที่มีความสร้างสรรค์ เป็นทางเลือกสำหรับเยาวชน ดังเช่น "เณรสิขา ฝึกนั่งสมาธิกำจัดนิวรณ์ 5"

สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ร่วมกับ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดทำสื่อประเภทเกมเนื้อหาส่งเสริมพระพุทธศาสนา โดยการนำเอาเนื้อหาหลักคำสอนพระพุทธศาสนามาประยุกต์ในเรื่องหลักการนั่ง สมาธิ ในรูปแบบคอมพิวเตอร์เกมในชื่อ "เณรสิขา ฝึกนั่งสมาธิกำจัดนิวรณ์ 5" เน้นให้เด็กไทยซึมซับคำสอนทางพระพุทธศาสนา ไม่มั่วสุมเล่นเกมที่มีเนื้อหารุนแรงและแสดงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาสังคม
อาจารย์ภณสุทธิ์ สุทธิประการ อาจารย์ประจำสาขาวิชาคอมพิวเตอร์เกมมัลติมีเดีย คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงความเป็นมาของการสร้างเกม “เณรสิขา ฝึกนั่งสมาธิกำจัดนิวรณ์ 5" ว่า




"จากที่ เราทำ “เกมเณรสิขา พิชิต 5 มาร” ภาคแรก ถวายสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทางสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช มีความประสงค์ให้เราทำตัวเกมต่อเนื่อง คือ เกมเณรสิขา ภาค 2 โดยหยิบยกเรื่อง อิทธิบาท 4 มาเป็นธีมในการทำเกม เนื่องจากเราต้องการให้เกมเณรสิขาเป็นสัญลักษณ์ในการสื่อสารในรูปแบบของเกม ที่นำข้อมูลทางศาสนามาเผยแพร่ เนื้อหาเกมทั้งหมดได้นำมาจาก พระดำรัสสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก และยังได้ถวายในวโรกาสเทิดพระเกียรติฉลองพระชันษา 96 ปี"

ทั้ง นี้ เนื้อหาของเกมจะเป็นการผจญภัยฝ่าด่านต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความสามารถ ความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงผ่านตัวละคร คือ เณรสิขา ที่จะเป็นผู้รับหน้าที่ในการบอกให้เด็กรู้ว่าการฝ่าฟันงานต้องเป็นไปตาม ลำดับขั้นตอน ตามคำสอนของพระพุทธศาสนา ในเรื่องอิทธิบาท 4 คือ

“อิทธิ บาท 4 เป็นแนวทางการทำงานที่พระพุทธองค์ได้ทรงสดับไว้อย่างแยบคลาย ซึ่งเป็นบาทฐานแห่งความสำเร็จ หมายถึง สิ่งซึ่งมีคุณธรรม เครื่องให้บรรลุถึงความสำเร็จตามที่ตนประสงค์ ประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ก็เหมือนกับการเล่นเกมที่ผู้เล่นมีใจจดจ่อกับการเล่นเกมให้ชนะอุปสรรคต่างๆ ดังนั้น ผู้เล่นจะได้เรียนรู้ว่าการทำงานหรือการทำงานที่ตนรักให้สำเร็จลุล่วง ต้องมีความอุตสาหะอดทน เพื่อฝึกฝนพัฒนาความสามารถของตนเอง”

ปัจจุบันเกมเณรสิขา ภาค 2 อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมงาน แต่มีมินิเกมที่ออกมาก่อน ซึ่งเกมนี้จะเป็นตัวดึงผู้เล่นเข้ามา เพื่อรวบรวมฐานข้อมูลคนที่สนใจจะรับเกม สำหรับเกมสิขานิวรณ์ทั้ง 5 เป็นเกมฝึกนั่งสมาธิ จะฝึกให้รู้จักวิธีการนั่งสมาธิ รู้จักสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการนั่งสมาธิ หรือ นิวรณ์ทั้ง 5 คือ สิ่งที่ขวางกั้นจิตทำให้สมาธิไม่อาจเกิดขึ้นได้ โดย ผู้สร้างเกมสิขานิวรณ์ 5 ประกอบไปด้วย

นายสุริยา ทวีศรี นายกฤติน ดลภักนิยมกุล นายธวัช อิทธิกำจร นายวรรณนะ เจริญโชคทวี นายภูวิศ ทิพย์อาภากุล นายอนุชิต เจริญสิทธิ์ นักศึกษาสาขาวิชาคอมพิวเตอร์เกมมัลติมีเดีย คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต

“สำหรับ การเล่นจะเป็นการกดคีย์บอร์ดเพื่อควบคุมดอกบัวให้อยู่ตรงกลาง เพื่อให้เกิดสมาธิ ระหว่างที่ควบคุมจะมีการสุ่มสถานการณ์เกิดขึ้น เสมือนตอนที่เรากำลังนั่งสมาธิอยู่ต้องมีสิ่งมารบกวน แล้วลักษณะการควบคุมก็จะเปลี่ยนไป ผู้เล่นต้องควบคุมเอง เป็นลักษณะของการฝึกสมาธิ เพราะผู้เล่นต้องเพ่งที่จุดๆ หนึ่ง ซึ่งเราอยากให้ผู้เล่นฝึกการนั่งสมาธิตนเองผ่านตัวเกมนี้ ผู้เล่นจะได้รู้จักข้อขัดขวางการทำสมาธิทั้ง 5 ข้อ และจะสามารถตัดใจการสิ่งที่เป็นอุปสรรคได้” อาจารย์ภณสุทธิ์ กล่าวเพิ่มเติม

** ผู้ที่สนใจเล่นเกม “เณรสิขา ฝึกนั่งสมาธิกำจัดนิวรณ์ 5" สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยรังสิต www.rsu.ac.th และวัดบวรนิเวศราชวรวิหารwww.watbowon.com ในเร็วๆ นี้
News ASTV manager

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

“ASTVผู้จัดการ” เปิดศักราชแอปฯ ข่าวพันธุ์ไทยบนไอโฟน



ASTV ผู้จัดการ รุกตลาดสาวกไอโฟน เปิดตัว “ASTVManager Lite” โปรแกรมอ่านข่าวของแท้บนโทรศัพท์มือถือไอโฟน โปรแกรมแรกของสำนักข่าวเมืองไทย เปิดให้ผู้ใช้ไอโฟน และไอพ็อดทัชทุกคน ดาวน์โหลดฟรี เพื่อรับข่าวอัปเดตเรียลไทม์พร้อมกับหน้าเว็บไซต์ www.manager.co.th ได้เสถียรและรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม ผู้อำนวยการเว็บย้ำขยายกลุ่มรองรับมือถือทุกรุ่นภายในปีนี้ มั่นใจสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้มือถือ 40 ล้านคนได้ดียิ่งขึ้น

นายวริษฐ์ ลิ้มทองกุล ผู้อำนวยการเว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ ให้สัมภาษณ์ว่า การพัฒนาโปรแกรมอ่านข่าวบนไอโฟน ASTVManager Lite ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่าเอเอสทีวีผู้จัดการนั้นกำลังก้าวเข้าสู่กลุ่มผู้ ใช้โทรศัพท์มือถืออย่างเต็มตัวยิ่งขึ้นกว่าเดิม ในรูปแบบที่ไม่ใช่เอสเอ็มเอสหัวข้อข่าวสั้นๆ ซึ่งไม่มีรายละเอียดเนื้อข่าว

“ที่ ผ่านมาเรามีเอสเอ็มเอสข่าว มีหน้า WAP ที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสามารถเปิดเว็บผู้จัดการได้ แต่แอปพลิเคชันนี้จะแสดงให้เห็นว่าเราก้าวเข้าสู่กลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ อย่างเต็มตัว ที่เลือกพัฒนาบนไอโฟนก่อนเพราะไอโฟนเป็นที่นิยมและมีพัฒนาการทางเทคโนโลยี ทันสมัย โดยภายในเดือนพฤศจิกายนเราจะพัฒนาให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือที่มีหน้าจอเล็ก กว่าสามารถเปิดหน้าเว็บผู้จัดการได้ ซึ่งจะรองรับได้ทุกรุ่นทุกค่าย”

ASTVManager Lite ถือเป็นแอปพลิเคชันข่าว (Native Application) ที่สามารถติดตั้งลงในเครื่องแอปพลิเคชันแรกของสำนักข่าวในประเทศไทย ไม่ใช่เว็บแอปพลิเคชัน (Web Application) ซึ่งสำนักข่าวไทยรายอื่นเคยพัฒนามาก่อน ความแตกต่างคือแอปพลิเคชันข่าวจะทำให้ผู้อ่านสามารถรับข่าวได้รวดเร็ว ละเอียด และสะดวกสบายขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากตัวแอปพลิเคชันจะดึงข่าวขึ้นมาแสดงได้โดยผู้ใช้ไม่ต้องคลิกลิงก์ ข่าวดาวน์โหลดบนโปรแกรมเบราว์เซอร์ซ้ำซ้อนหลายครั้ง สามารถรับข่าวสารได้มากกว่าเอสเอ็มเอสหัวข้อข่าวความยาวไม่กี่ตัวอักษร และสามารถอ่านข่าวได้สบายตาเนื่องจากมีการปรับขนาดตัวอักษรให้เหมาะกับหน้า จอไอโฟน

“สถิติการเปิดอ่านเว็บไซต์เอเอสทีวี ผู้จัดการจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ผ่านมาอยู่ที่ 15,000 ครั้งต่อวัน ถือเป็นเว็บไซต์ที่ถูกเปิดอ่านมากที่สุดอันดับ 2 ของประเทศ (รองจากสนุก) เราจะมุ่งพัฒนาความสามารถอื่นๆ ของแอปพลิเคชันต่อไป เพื่อเสริมความเป็นมัลติมีเดียซึ่งเป็นนโยบายหลักของเว็บไซต์เอเอสทีวีผู้ จัดการ”

ข่าวที่โปรแกรม ASTVManager Lite จะดึงมาแสดงบนหน้าจอไอโฟนในระยะแรกได้แก่ ข่าวล่าสุด (Breaking News) ข่าวยอดนิยม ข่าวน่าสนใจจาก 18 หมวดข่าวเช่น บันเทิง กีฬา อาชญากรรม ท่องเที่ยว ไอที ฯลฯ ตารางดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างราคาทองคำ ราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน และตารางหุ้น ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดตัวแอปพลิเคชันได้จากทั้งหน้าจอโทรศัพท์มือถือไอโฟน และไอพ็อดทัช หรือดาวน์โหลดเข้าโปรแกรมไอจูนส์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ได้

สำหรับพัฒนาการขั้นต่อไปของโปรแกรม ASTVManager Lite คือการมุ่งสู่การแสดงข่าวในรูปมัลติมีเดียเต็มรูปแบบยิ่งขึ้น มีแผนพัฒนาให้สามารถส่งข่าวต่อไปยังผู้ใช้เฟสบุ๊กหรือบริการเครือข่ายสังคม อื่นๆด้วย

วริษฐ์ให้ความเห็นว่า อุตสาหกรรมข่าวเมืองไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในอนาคตนับจากนี้ โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยมีเทคโนโลยีการสื่อสารความเร็วสูงบนโทรศัพท์ เคลื่อนที่อย่าง 3G และ WiMAX

“ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยขณะนี้มี 15 ล้านคน แต่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีจำนวน 40 ล้านคน ใหญ่กว่าหลายเท่าตัว การเข้าสู่ตลาดโทรศัพท์มือถือจะทำให้สามารถเข้าสู่กลุ่มผู้อ่านอายุต่ำกว่า 15 ปีได้ด้วย แถมเทคโนโลยีอย่าง 3G และ WiMAX ก็จะทำให้โทรศัพท์มือถือกลายเป็นช่องทางสำคัญของการบริโภคข่าวสารแน่นอนใน อนาคต การรับข่าวทางโทรศัพท์มือถือจะไม่จำกัดแค่เอสเอ็มเอสอีกต่อไป แต่จะตอบโจทย์คนที่ต้องการภาพ เสียง และคลิปได้ทั้งหมด”

นอกจากการปรับปรุงวิถีการอ่านข่าวบนอุปกรณ์พกพา เอเอสทีวีผู้จัดการยังพัฒนาระบบโฆษณาบนโปรแกรม ASTVManager Lite แบบใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักการตลาดยิ่งขึ้น โดยพัฒนาเป็นระบบ CMS การโฆษณาเพื่อให้นักการตลาดสามารถคลิกเปลี่ยนรูปภาพหรือคอนเทนท์การโฆษณาใน พื้นที่ที่ต้องการด้วยตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นคือนักการตลาดสามารถทำการตลาดได้อย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว กว่าเดิม

“เราไม่ได้วางเป้าหมายรายได้หรือจำนวนยอดดาวน์โหลดไว้ เราทำเพราะเชื่อว่าโทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกคน” วริษฐ์ทิ้งท้าย

รายละเอียดโปรแกรม ASTVManager Lite สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ข่าว "อ่านข่าวเอเอสทีวีบนไอโฟนได้แล้ว วันนี้!"

Company Related Links :
ASTVManager

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

เผยฟอสซิลลิงใหญ่ต้นตระกูลมนุษย์ อาศัยบนพื้นโลก4.4ล้านปีก่อน



เปิด ฟอสซิลหลักฐานบรรพบุรุษมนุษย์ยุคโบราณชิ้นใหม่ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดเท่า ที่เคยขุดค้นพบ เป็นโครงกระดูกลิงใหญ่ (Ape) เพศเมีย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ขนานนามว่า "อาร์ดี" ย่อมาจาก "Ardipithescus ramidus" (Ardi) มีชีวิตอยู่บนพื้นโลกย้อนเวลากลับไปประมาณ 4.4 ล้านปีในทวีปแอฟริกา

ดร.ทิม ไวต์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวิวัฒนาการมนุษย์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา หนึ่งในผู้ศึกษาฟอสซิลอาร์ดี กล่าวว่า ฟอสซิลชิ้นแรกๆ ขุดพบในเขตอาร์ฟาริฟต์ ประเทศเอธิโอเปีย เมื่อปีพ.ศ.2535 ในสภาพถูกบดแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย 175 ชิ้น คณะทำงานซึ่งประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ 47 คนต้องใช้เวลา 17 ปีกว่าจะบูรณะและปะติดปะต่อจนออกมาเป็นรูปเป็นร่างสำเร็จ เพื่อเปรียบเทียบกับฟอสซิลบรรพบุรุษมนุษย์ที่พบก่อนหน้า

"ฟอสซิลชุด นี้มีความสมบูรณ์มากพอสมควรในแง่ของโครงสร้างกะโหลก มือ เท้า และชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ นับเป็นการค้นพบเกี่ยวกับวิวัฒนาการมนุษย์ครั้งใหญ่" ดร.เดวิด พิลบีม ภัณฑารักษ์แผนกดึกดำบรรพ์วิทยาประจำพิพิธภัณฑ์โบราณคดีและชาติพันธุ์วิทยา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการศึกษาฟอสซิลอาร์ ดีจะช่วยไขคำตอบที่หายไป ซึ่งสามารถอธิบายถึงเส้นทางวิวัฒนาการที่แยกออกจากกันระหว่างลิงกับมนุษย์ เมื่อหลายล้านปีก่อน เพราะฟอสซิลบรรพบุรุษมนุษย์ "ลูซี่" ซึ่งขุดค้นพบเมื่อปี 2517 ก็ยังมีอายุน้อยกว่าอาร์ดีถึง 1 ล้านปี

จาก การตรวจสอบชี้ว่า อาร์ดีมีส่วนสูง 1.20 เมตร หนัก 50 กิโลกรัม ท่อนแขนยาว ฝ่ามือใหญ่แต่ไม่ยาว นิ้วมีความยืดหยุ่นดี ฟันบนสั้นและหนาคล้ายกับฟันมนุษย์ และต่างจากฟันของลิงชิมแปนซีที่แหลมคม เมื่อวิเคราะห์สารเคลือบฟันอาร์ดีคาดว่ากินผลไม้ ถั่ว และใบไม้เป็นหลัก ส่วนสาเหตุที่เชื่อว่าเป็นเพศเมียเนื่องจากโครงสร้างกะโหลกอาร์ดีมีขนาดเล็ก และลำตัวบาง มีน้ำหนักตัวน้อย

ข้อมมูล ข่าวสด

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เริ่มแล้วงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม ประจำปี 2552


เริ่มแล้วงานเทคโนโลยีและนวัตกรรม ประจำปี 2552

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2552 เวลา 09.00 น. ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานในพิธีเปิด “งานเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย ประจำปี 2552 หรือ “Technomart - Innomart” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในฐานะทรงเป็น “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรม” ภายใต้แนวคิด “เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ สานฝันธุรกิจด้วยเทคโนโลยีไทย” ซึ่งงานนี้ได้นำผลงานสุดยอดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมไทยมาจัดแสดงกว่า 200 ผลงาน โดยงานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 4 ตุลาคม 2552 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี

โดยในงานนี้สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เข้าร่วมในการจัดนิทรรศการโดยนำเสนอทั้งเนื้อหาสาระเกี่ยวกับปีดารา ศาสตร์สากล 2009 (IYA 2009)โดยได้นำกล้องโทรทรรศน์ชนิดหักเหแสงที่ได้รับการพัฒนาโดยฝีมือคนไทย NARIT 01 จำนวน 7 ตัว และกล้องโทรทรรศน์ชนิดสะท้อนแสงมาจัดแสดง นอก จากนั้น สดร. ยังมีการจัดเตรียมสื่อเผยแพร่ความรู้ทางด้านดาราศาสตร์ในรูปแบบต่างๆ ไว้หลากหลายให้กับนักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมงาน ซึ่งภายในงาน“งานเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย ประจำปี 2552” นี้ ยังมีสาระความรู้ที่น่าสนใจอีกมากมายซึ่งจะเป็นการช่วยจุดประกาย ส่งเสริม สร้างความตระหนักและกระตุ้นให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนคนไทย หันมาให้ความสนใจวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น

ท่านสามารถติดตามข่าวสารอื่นๆ ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติเพิ่มเติมได้ที่ www.narit.or.th

อ่านต่อกด..จ๊ะ.