เรียนท่านผู้มีอุปการะคุณ ที่เข้ามาเยี่ยมชม สมองสองซีก ตอนนี้ทางทีมงานได้ย้ายไป link ใหม่ตาม นี้ขอรับ http://g-sciences.blogspot.com ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามขอรับ

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

โศกนาฎกรรมตามรอยพ่อ! ลูกชายนักบินยานโคลัมเบียพา F-16 โหม่งโลก


อัสซาฟ รามอน (ขวา) กับ ชิมอน เปเรส (Shimon Peres) ประธานาธิบดีอิสราเอล ในวันสำเร็จการศึกษาเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา



ลูกชายนักบินอวกาศอิสราเอลประจำยานโคลัมเบีย ที่ระเบิดกลางอากาศเมื่อ 6 ปีก่อน ขับเครื่องบินเอฟ-16 โหม่งโลกเสียชีวิตตามบิดา ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เลื่อนพบตัวแทนสันติภาพตะวันออกกลาง เพื่อเคารพศพ ขณะที่สื่อมวลชนประโคมข่าวการเสียชีวิตถึง 2 วันซ้อน ท่ามกลางความอาลัยของชาวอิสราเอลจำนวนมาก ต่อลูกชายฮีโร่ของชาติ

เป็นข่าวเศร้าอีกครั้งสำหรับชาวอิสราเอล เมื่อร้อยโทอัสซาฟ รามอน (Assaf Ramon) นักบินของกองทัพอากาศอิสราเอลวัย 21 ปี บุตรชายคนโตของนาวาอากาศเอกอิลาน รามอน (Ilan Ramon) นักบินอวกาศคนแรกของอิสราเอล ที่เสียชีวิตในโศกนาฎกรรมกระสวยอวกาศโคลัมเบียระเบิดกลางอากาศเมื่อปี 2546 ต้องเสียชีวิตตามบิดา ไปกับอุบัติเหตุระหว่างขับเครื่องบินรบเอฟ-16

เอเอฟพีระบุคำแถลงของกองทัพอิสราเอลว่า เครื่องบินเอฟ-16 ที่ร้อยโทรามอนขับเพียงลำพังนั้น พุ่งตกบริเวณหุบเขาอันห่างไกลบริเวณเขตเวสต์แบงก์ (West Bank) เมื่อวันที่ 13 ก.ย.52 ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างความสะเทือนใจอีกครั้ง ให้กับชาวยิวในอิสราเอล เนื่องจากอิลาน รามอนนับเป็นฮีโร่ของชาติ

"มันเป็นวันที่แสนเศร้า ปวดร้าวใจอย่างยิ่ง เราทั้งหมดจะอยู่เคียงข้างกับครอบครัวของรามอน" อีฮัด บารัค (Ehud Barak) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลกล่าว ขณะที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เลื่อนการพบ จอร์จ มิทเชลล์ (George Mitchell) ผู้แทนสันติภาพตะวันออกกลางจากสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมพิธีศพของอัสซาฟ ที่ฝังไว้เคียงพ่อของเขาในกรุงเทลอาวีฟ

"วันนี้ ทั้งประเทศต่่างถูกครอบงำด้วยความหดหู่ใจ แบบไม่ทันตั้งตัว และไม่คาดว่าจะเกิดขึ้น กับการจากไปอย่างกระทันหันของอัสซาฟ รามอน ที่ตกจากท้องฟ้าเหมือนบิดาของเขา" นายกรัฐมนตรีแห่งอิสราเอลกล่าว ระหว่างพิธีศพ

สถานีวิทยุต่างๆ ของอิสราเอลก็เปิดเพลงเศร้าตลอดวันเพื่อเป็นการไว้อาลัย ขณะที่หนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ ก็นำเสนอเรื่องราวของอัสซาฟ ทั้งเรื่องและภาพ ถึง 2 วันซ้อน โดยเฉพาะในช่วงที่จบคอร์สฝึกฝนการขับเอฟ-16 เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา อยู่หลายหน้า

อีกทั้งระหว่างการฝึกฝนขับเครื่องบิน อัสซาฟเคยต้องนำเอฟ-16 ลงจอดฉุกเฉินเพราะเครื่องยนต์ขับข้อง โดยทำตามคำแนะนำของครูฝึก

หลังจากจบการฝึกเบื้องต้น อัสซาฟก็เริ่มคอร์สที่ยากขึ้น ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา และเหตุเครื่องบินที่ตกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจการฝึกฝนประจำวัน ซึ่งสื่ออิสราเอลบอกว่า เขามีพัฒนาการขึ้นมาก ถึงขั้นเป็นนักบินที่ดี

เฮลิคอปเตอร์ของอิสราเอลกำลังค้นหาร่องรอยเครื่องบินเอฟ-16 ที่อัสซาฟประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต


อย่างไรก็ดี ทางโฆษกของกองทัพอากาศ ได้เลื่อนยศของเขาจากร้อยโทเป็นร้อยเอก

หลังโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับบิดา อัสซาฟเคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาจะเป็นนักบินอวกาศให้ได้ในสักวันหนึ่ง

ทั้งนี้ อิลาน รามอน ผู้เป็นบิดาของเขา เสียชีวิตพร้อมกับนักบินอวกาศอีก 6 นายที่โดยสารกระสวยอวกาศโคลัมเบีย และยานระเบิดระหว่างกลับสู่โลกเมื่อวันที่ 1 ก.พ.46 ขณะที่กระสวยอวกาศอยู่เหนือมลรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ

อัส ซาฟ รามอน ขณะอายุ 13 ปี ถ่ายรูปคู่กับ อิลาน รามอน ผู้เป็นบิดา ซึ่งเป็นนักบินอวกาศคนแรกของอิสราเอลและเสียชีวิตในโศกนาฏกรรมโคลัมเบีย เมื่อปี 2546



อิลาน เป็นบุคคลสำคัญและเป็นฮีโร่ของชาวอิสราเอล หลังจากที่เขามีส่วนร่วมกับภารกิจโจมตีทางอากาศเพื่อทำลายเตาปฏิกรณ์ นิวเคลียร์ของอิรักในปี 2524 อีกทั้งในปีเดียวกัน เขายังขับเอฟ 16 อารักขาให้กับเครื่องบินต่อสู้ของสหรัฐฯ เข้าดินแดนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อโจมตีเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้น

จากนั้น อิลานก็ได้รับคัดเลือกจากองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) เมื่อปี 2540 โดยหนึ่งในภารกิจบนอวกาศของเขาคือบันทึกภาพพายุทรายในตะวันออกกลางให้แก่ องค์การอวกาศอิสราเอล (Israel Space Agency: ISA) เพื่อนำไปวิเคราะห์ความเชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อน.

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

qipit l เปลี่ยนมือถือให้เป็นสแกนเนอร์





ทุกวันนี้คนหลากหลายวงการต่างพากันตั้งชื่อใหม่ให้กับ "โทรศัพท์มือถือ" อย่างหรูหราว่าเป็น "สื่อมวลชนแขนงที่ 7" หรือ "จอที่ 4" ซึ่งเป็นจอที่ทุกคนพกติดตัวไปไหนมาไหนอยู่ตลอดเวลา และใช้เวลาเฝ้ามองมากเสียยิ่งกว่าจอแอลซีดีคอมพิวเตอร์

นั่นก็เพราะทุกวันนี้ความสามารถของมือถือล้ำหน้าและเหนือการคาดเดา มากขึ้นทุกที อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องเล็กจิ๋ว แต่สามารถทำได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรานึกไม่ถึง ตั้งแต่เรื่องเบสิกอย่าง การเป็นวอล์กกี้ ทอล์กกี้ ดิกชันนารีพูดได้ ดูทีวีครบทุกช่อง เป็นเครื่องมือนับจำนวนก้าวในการเดิน ฯลฯ

อย่างนั้นลองสำรวจดูกันว่ามือถือของตัวคุณเอง...ทำอะไรได้อีก บอกได้เลยว่าถ้ามือถือของคุณมีกล้องดิจิตอลความละเอียดตั้งแต่ 1.3 ล้านพิกเซลขึ้นไป มันจะสามารถเป็นสแกนเนอร์เคลื่อนที่ให้กับคุณได้ด้วย! โดยไม่ต้องลงโปรแกรมใดๆ เพิ่มเติมในมือถืออีก!

โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง...มือถือติดกล้อง 1.3 ล้านพิกเซลของคุณสามารถเป็นเครื่องสแกนภาพได้ มีรายละเอียดดังนี้

qipit (อ่านว่า "ควิปอิท") คือ บริการที่เปลี่ยนมือถือของคุณให้กลายเป็นเครื่องสแกนภาพฟรีโดยไม่ต้องลง โปรแกรมใดๆ ที่เครื่องมือถืออีก และทันทีที่สแกนเสร็จคุณสามารถส่งเป็นอีเมลหรือแฟกซ์ไปยังผู้รับได้ทันทีและ ฟรี นอกจากนี้ยังนำเอกสารที่สแกนแล้วไปติดบนบล็อกได้อีกด้วย

สถานการณ์ไหนที่สามารถใช้มือถือสแกนภาพ

* ถ่ายภาพเลกเชอร์ที่อาจารย์จดบนกระดานไวท์บอร์ด

* ถ่ายภาพจากสมุดโน้ต หรือ บันทึกการประชุม

* ถ่ายภาพหน้าปก หรือเนื้อในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่เราต้องการ

ดูตัวอย่างสไลด์อธิบายการทำงานของ qipit ได้ที่นี่


Qipit Mobile Scanning Challenges Solutions
View SlideShare presentation or Upload your own. (tags: realeyes3d qipit)


สำรวจมือถือของคุณว่าพร้อมจะทำหน้าที่เป็นสแกนเนอร์หรือยัง?
* กล้องมือถือมีความละเอียดอย่างน้อย 1.3 ล้านพิกเซล

* ต้องเปิดใช้บริการ GPRS/MMS แล้ว หรือมีไว-ไฟก็ยิ่งดี

* ไม่ได้ตั้งค่าโหมดถ่ายภาพเป็นแบบภาพความคมชัดต่ำ (low resolution)

* ก่อนส่งจะต้องมั่นใจว่าเครื่องมือถือไม่ได้ทำการย่อขนาดภาพแบบอัตโนมัติให้

วิธีการใช้งาน qipit

1. สมัครสมาชิกที่นี่ ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และเลือกรุ่นโทรศัพท์มือถือของคุณ

2. รอรับอีเมลจาก qipit และกดที่ลิงก์ที่ในอีเมลเพื่อยืนยันการสมัครสมาชิก

3. ส่งภาพจากมือถือไปยังระบบของ qipit

ส่งภาพสีให้กรอกอีเมล color@qipit.com
ส่งภาพขาวดำให้กรอกอีเมล copy@qipit.com

หากต้องการส่งภาพที่สแกนแล้วไปให้ผู้อื่นด้วยก็ให้กรอกอีเมลของเพื่อน หรือ เบอร์แฟกซ์ (ตัวอย่าง +66811111111) ในเนื้อจดหมาย (ไม่ใช่ชื่อหัวเรื่อง)
4. รอสักพัก เราและเพื่อนก็จะได้เมลเอกสารที่สแกนเสร็จแล้ว ซึ่งประกอบไปด้วยไฟล์ภาพ .JPG และไฟล์เอกสาร PDF (สำหรับพร้อมสั่งพิมพ์) หรือถ้าส่งเป็นแฟกซ์ก็จะได้รับแฟกซ์

อย่างไรก็ดีคุณสามารถเข้าสู่ระบบที่เว็บของ qipit ก็จะพบเอกสารที่เราสั่งสแกนไว้ทั้งหมดเช่นกัน

และหากคุณต้องการนำภาพที่สแกนแล้วไปโพสไว้ที่บล็อก ก็เพียงกดปุ่ม Public (อยู่ด้านข้างของภาพ) ก็จะสามารถได้โค้ดของเอกสารที่สแกนแล้วไปติดที่บล็อกได้ทันที

สำหรับผู้ใช้ทั่วไปจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ และสามารถสแกนได้ฟรี 100 หน้า

ดูตัวอย่างวิดีโอสาธิตการใช้งาน qipit ได้ที่นี่



วิดีโอแนะนำ qipit ที่ออกอากาศทีวีทางช่อง NBC




สิ่งสำคัญที่ทำให้ qipit เป็นบริการสแกนภาพสำหรับมือถือที่โดดเด่นคือเทคนิคการสแกนภาพของ qipit นั้นมิใช่เทคโนโลยีที่เราคุ้นเคยอย่าง OCR (Optical character recognition) แต่เป็นเทคโนโลยีที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง ที่สามารถป้องกันภาพเบลอ ขจัดการรบกวน (Noise) เพิ่มความคมชัด และแก้ไขตัดเงาของผู้ถ่ายภาพออกจากภาพได้ และแน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้มันเป็นความลับ

ข้อแนะนำเบื้องต้นในการใช้งาน qipit

1. ต้องเห็นเอกสารที่ต้องการถ่ายครบหมดในจอภาพของมือถือ

2. หากมือถือของคุณมีระบบเน็ตไร้สาย (ไว-ไฟ) ก็สามารถส่งภาพไปสแกนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย

แต่ถ้ามือถือของคุณไม่มีไว-ไฟ ก็จะต้องส่งผ่านระบบ MMS (ซึ่งจะต้องมีการเปิดใช้บริการทั้ง MMS/GPRS แล้ว) ซึ่งอัตราค่าบริการก็ตามแต่โปรโมชันมือถือของคุณ สำหรับราคามาตรฐานของ MMS คือ 5 บาท/ครั้ง

3. หากมีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งค่าเครื่องมือถือเพื่อใช้บริการของ qipit สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่นี่

ข้อดี

* สำหรับค่าบริการในการส่งแฟกซ์นั้นฟรี และส่งไปได้ทั่วโลก

* ใช้ได้กับมือถือความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล เกือบทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น

* ระบบทำงานไวมากส่งเสร็จไปถึง 30 วินาทีก็ทำการส่งผลการสแกนเข้าเมลอย่างเรียบร้อย

* ใช้กับกล้องถ่ายรูปแบบดิจิตอลก็ได้

* มีระบบความปลอดภัยค่อนข้างดีด้วยการเข้ารหัสเว็บด้วย https สังเกตจากแถบที่อยู่เว็บจะมีรูปกุญแจอยู่ด้านท้าย ฉะนั้นมั่นใจได้ว่าเอกสารของคุณจะเก็บไว้อย่างเป็นส่วนตัวและปลอดภัย


ข้อเสีย

* หากถ่ายภาพในที่มีแสงมากน้อย ภาพจะไม่คมชัดเท่าที่ควร

* มีการจำกัดพื้นที่ให้เก็บภาพได้เพียง 100 หน้า

เกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับ qipit

qipit เป็นบริษัทลูกของบริษัท Realeyes3D ผู้นำด้านเทคโนโลยีการสแกนภาพสำหรับโทรศัพท์มือถือแห่งฝรั่งเศส แต่ตัวบริษัท qipit เองตั้งอยู่ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2005 และมีการเปิดตัวบริการนี้ครั้งแรกที่เวที 3GSM Mobile World Congress ในระยะแรกใช้ชื่อบริการว่า ClicktoScan ปีต่อมาก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น qipit ที่อ่านว่า "ควิปอิท"

วันนี้ ที่ พศ. 2551 ใครจะไปคิดว่าเราจะสามารถพกสแกนเนอร์ไว้ในกระเป๋าเสื้อได้... คุณก็เริ่มเชื่ออย่างสนิทใจแล้วใช่ไหมว่า "โลกอนาคต" อยู่ในฝ่ามือเราจริงๆ
อ่านเพิ่มเติมได้จาก http://www.manager.co.th/CBizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9510000140901

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552

พบ "มดจากดาวอังคาร" ในป่าอะเมซอน สืบเชื้อสายยาวนาน 120 ล้านปี


มด ชนิดใหม่ Martialis heureka ที่พบอาศัยอยู่ใต้ดินใจกลางป่าอะเมซอน มีสีซีดกว่ามดทั่วไป จงอยปากใหญ่ และมองไม่เห็น ที่สำคัญเป็นเผ่าพันธุ์มดที่ดำรงชีวิตอยู่บนโลกมายาวนานถึง 120 ล้านปี (ภาพจาก Christian Rabeling, the University of Texas at Austin)


สิ่งมีชีวิตใหม่ ในสารบบวิทย์ยังถูกค้นพบอยู่เรื่อยๆ บนโลก ล่าสุดนักชีววิทยาพบมดชนิดใหม่ ที่มีลักษณะแปลกประหลาด กลางป่าอะเมซอน จึงต้องขนานนามให้ว่า "มดจากดาวอังคาร" และยังเป็นเผ่าพันธุ์ที่อยู่ยืนยงบนโลก มานานถึง 120 ล้านปีแล้ว

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเท็กซัสแห่งเมืองออสติน (University of Texas at Austin) มลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เปิดเผยการค้นพบมดชนิดใหม่ในป่าอะเมซอน ประเทศบราซิล และได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยลงในวารสารสมาคมวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ (Proceedings of the National Academy of Sciences)

ไซน์เดลีรายงาน โดยอ้างอิงข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสว่า มดชนิดใหม่ที่นักวิจัยเพิ่งค้นพบนี้มีชื่อว่า มาร์เทียลิส ฮิวเรกา (Martialis heureka) ซึ่งมีความหมายว่า "มดจากดาวอังคาร" (ant from Mars) เนื่องจากมีรูปร่างแปลกประหลาดกว่ามดทั่วไป ซึ่งมดชนิดนี้มีการปรับตัว ให้สามารถอาศัยอยู่ใต้ดินได้เป็นอย่างดี มีขนาดยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร มีสีซีดๆ จงอยปากใหญ่มาก และไม่มีตา

ทั้งนี้ นักวิจัยนักวิจัยได้แยกเอาดีเอ็นเอของมดจากบริเวณขา มาศึกษา ทำให้พบว่าเป็นมดสปีชีส์ใหม่ สกุลใหม่ และยังจัดอยู่ในวงศ์ย่อย (subfamily) วงศ์ใหม่อีกด้วย และเป็นครั้งแรกที่แยกวงศ์ย่อยของมดจากตัวอย่างที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งค้นพบตั้งแต่ปี 2467 โดยที่ผ่านมาแยกวงศ์ย่อยของมดได้จากตัวอย่างมดที่เป็นฟอสซิล

จากการวิเคราะห์ดีเอ็นเอของมดดังกล่าว นักวิจัยยังพบอีกว่า มดชนิดนี้มีวิวัฒนาการ อยู่ในส่วนฐานของลำดับการวิวัฒนาการของมด และคำนวณอายุย้อนหลังไปได้ราว 120 ล้านปี ซึ่งมดนั้น แยกเผ่าพันธุ์มาจากบรรพบุรุษของสัตว์ จำพวกต่อแตนมานานกว่า 120 ล้านปี และวิวัฒนาการต่อมาอย่างรวดเร็วจนมีหลากหลายชนิด ที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในดิน หรือใต้ใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาทับถมกัน

การค้นพบครั้งนี้ คริสเตียน ราเบลิง (Christian Rabeling) นักชีววิทยาที่เป็นหัวหน้าทีม เผยว่า อาจเป็นนัยที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิต ที่ยังแอบซ่อนอยู่ใต้ดิน ภายในเขตป่าฝน ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษาวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการ ของมดเป็นอย่างยิ่ง เพราะมดเป็นสัตว์ที่พบได้ทั่วไปและมีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์

นอกจากนี้ ยังเป็นหลักฐานสนับสนุนข้อมูลการปรากฏตัวขึ้นของนักล่าใต้พื้นพิภพเช่นมด เผ่าพันธุ์นี้ที่มีมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของวิวัฒนาการมด แต่อย่างไรก็ตาม ราเบลลิงไม่ได้ชี้ชัดว่าบรรพบุรุษของมดทั้งหมดมองไม่เห็นและอาศัยอยู่ใต้ดิน เพียงแต่ว่าลักษณะแบบนั้นคือวิวัฒนาการของมดในยุคแรกๆ และสืบเชื้อสายมาจนถึงปัจจุบันเท่านั้นเอง

"จากข้อมูลที่มีอยู่ พวกเราสันนิษฐานกันว่าบรรพบุรุษของมดชนิดนี้น่าจะเป็นบางสิ่งที่มีลักษณะ คล้ายๆ กับตัวต่อ หรือบางทีอาจคล้ายกับฟอสซิลของมดสฟีโคเมอมา (Sphecomyrma) ที่พบในอำพันเก่าแต่ตั้งแต่สมัยครีเตเชียส ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการอยู่ระหว่างตัวต่อและมด" ราเบลิง เผยถึงความน่าจะเป็น

ราเบลิงยังบอกอีกว่าเจ้ามดชนิดนี้ อาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมเขตร้อนชื้นที่มีความเสถียรภายในป่าอะเมซอน ซึ่งมีมดคู่แข่งชนิดอื่นอยู่ไม่มากนัก และมีความสัมพันธ์กับสภาพภูมิอากาศเฉพาะถิ่น (microclimate) ซึ่งอาจเป็นตัวแทนของเผ่าพันธุ์ที่ยังสงวนลักษณะของบรรพบุรุษเอาไว้ได้จนถึง ปัจจุบัน.
Thak data ASTV

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

เกาหลี-รัสเซียร่วมวิจัย ส่งกิมจิเป็นเสบียงสู่ดาวอังคาร


กิมจิจากเกาหลีใต้จะเป็นเสบียงสำหรับฝึกนักบินอวกาศเพื่อจำลองสภาพการเดิน ทางไกลสู่ดาวอังคาร ไม่แน่ว่าอนาคตอาหารประจำชาติจากแดนโสมจะเป็นเสบียงที่ขับเคลื่อนนักบินให้ ไปถึงดาวแดง (ภาพประกอบทั้งหมดจากเอเอฟพี)


เกาหลีใต้จับมือรัสเซียทดลองความเป็นไปได้ ลำเลียงกิมจิเป็นเสบียงสู่ดาวอังคาร พร้อมอาหารสัญชาติเกาหลีอีก 3 อย่าง เบื้องต้นเตรียมทดลองให้นักบินกินอาหารประจำชาติแดนโสม เป็นเวลา 120 วัน แล้ววัดผลกระทบต่อภูมิคุ้มกันของร่างกาย

ทั้งนี้เอเอฟพีรายงานว่า สถาบันวิจัยพลังงานปรมาณูเกาหลี (Korea Atomic Energy Research Institute) ได้ลงนามข้อตกลงกับสถาบันด้านประเด็นชีวการแพทย์หรือไอเอ็มบีพี (Institute of Biomedical Problems: IMBP) ในกรุงมอสโกว ประเทศรัสเซีย ในการร่วมมือวิจัยอาหารพร้อมทาน จากอาหารประจำชาติของเกาหลี 4 อย่าง ได้แก่ บุลโกกีหรือเนื้อย่างแบบเกาหลี พิพิมพัพหรือข้าวยำเกาหลี ซุปสาหร่าย และกิมจิ พร้อมด้วยเครื่องดื่มอีก 2 ชนิด

การวิจัยถูกออกแบบเพื่อประเมินว่า เที่ยวบินสู่ดาวอังคารที่ขับเคลื่อนโดยมนุษย์นั้น มีความเป็นไปได้หรือไม่ และเพื่อแก้ปัญหาใหญ่ๆ อีกหลายปัญหา โดยจะเริ่มทดลองบบนพื้นโลกก่อน ซึ่งเบื้องต้นจะทดลองในระยะสั้นและจะเริ่มต้นในเดือน มี.ค.53 ซึ่งจะอาศัยอาสาสมัครทั้งหมด 6 คน ทดลองใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เลียนแบบภายในแคปซูลอวกาศนานเป็นเวลา 520 วันหรือประมาณปีกว่า

ภายในข้อตกลงครั้งนี้ ผู้มีอำนาจสั่งการของรัสเซียรับรองว่าอาหารและเครื่องดื่มของเกาหลีนั้นมี ความเหมาะสมที่จะเป็นเสบียงให้กับนักบินอวกาศอาสาสมัครเป็นเวลา 120 วัน จากนั้นนักวิทยาศาสตร์ จะบันทึกผลกระทบที่เกิดขึ้น กับระบบภูมิคุ้มกันของนักบินอวกาศผู้อาสาทำการทดลองจากอาหารที่กิน โดยการเดินทางเป็นรยะเวลาอันยาวนานจะส่งผลอันเลวร้ายต่อระบบภูมิคุ้มกันของ ร่างกาย

ด้านสถาบันวิจัยของเกาหลีเองกล่าวว่า การวิจัยอาหารเพื่อภารกิจอวกาศครั้งนี้ จะช่วยให้เกาหลีใต้เตรียมความพร้อมในปฏิบัติการส่งมนุษย์ไปดาวอังคารเองได้ บ้าง อีกทั้งงานวิจัยครั้งนี้ยังจะได้นำไปประยุกต์ในการผลิตอาหารสำเร็จรูปเพื่อ กองทัพทหารที่ต้องออกสนามรบ และเตรียมไว้ในเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ก่อนหน้านี้นักบินอวกาศคนแรกของเกาหลี ได้นำกิมจิอาหารประจำชาติขึ้นไปบนสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อเดือน เม.ย.ปีที่ผ่านมา โดยเดินทางไปกับจรวดของรัสเซีย และเมื่อเดือนที่ผ่านมาเกาหลีก็เพิ่งมีความร่วมมือกับรัสเซียในการยิงจรวด เพื่อส่งดาวเทียมจากพรมแดนตัวเองเป็นครั้งแรก แม้ว่าดาวเทียมจะไม่เข้าสู่วงโคจรก็ตาม

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

มายาหมายเลข 9 จับคูณยังไงก็ได้ 9 กลับคืน

หลายคนเอาฤกษ์เอาชัยวันที่ 09-09-09 เป็นวันดีในการเริ่มต้นชีวิต ด้วยสิ่งดีๆ และสำหรับโลกแห่งตัวเลขแล้ว 9 เป็นเลขอีกตัวที่มีมายาซ่อนอยู่

ยกตัวอย่างการคำนวณง่ายๆ ที่เด็กประถมให้คำตอบได้อย่างไม่ยากเย็น เช่น

การคูณเลข 9 กับเลขโดดใดๆ จะได้ผลคูณที่รวมกันแล้วได้เท่ากับ 9

ดังตัวอย่าง 9 x 3 = 27
และเมื่อนำ 2+7 = 9


หรือ

การคูณเลข 9 กับเลขสองหลักใดๆ จะได้ผลคูณ ที่นำตัวเลขโดดในผลดังกล่าวมารวมกันแล้วสุดท้ายได้เท่ากับ 9

ดังตัวอย่าง 9 x 62 = 558
เมื่อนำ 5+5+8= 18 และนำผลที่ได้ไปบวกต่อ 1+8 = 9

ส่วนวันที่ 9 ก.ย.นั้น เป็นวันในลำดับที่ 252 ของปี ซึ่งผลบวกของลำดับวันที่ดังกล่าว 2+5+2 เท่ากับ 9

ปัจจุบันนักโหราเลขศาสตร์ (numerologist) ผู้นำตัวเลขไปใช้ ในแนวทางที่ห่างไกลวิถีความเป็นวิทยาศาสตร์ เชื่อว่า ความสำคัญและความตื่นเต้นในเชิงเวทย์มนต์นั้น ถูกกำหนดลงในตัวเลขตั้งแต่ 1-9

ผล และผลลัพธ์จากการรวมเลขโดด ที่แตกต่างกันจะให้ผลที่สัมผัสได้ในชีวิต โดยขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้

สำหรับเลข 9 ในทางโหราเลขศาสตร์นั้ นอยู่ในตำแหน่งพิเศษ เป็นตัวเลขที่มีความหมายเชื่อมโยงเรื่องการให้อภัย ความสัมพันธ์และความสำเร็จ ขณะเดียวก็มีความหมายในทางลบคือ ความเย่อหยิ่งและความยึดมั่นในความถูกต้องของตัวเอง

ด้านอริสโตซีนัส (Aristoxenus) นักประวัติศาสตร์เรื่องกรีกโบราณในช่วงศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาลได้เขียนบันทึกไว้ว่า ปีธากอรัส (Pythagoras) นักคณิตศาสตร์ในยุคกรีกนั้น หลงใหลในตัวเลข ทั้งในเชิงคณิตศาสตร์และในทางพยากรณ์ และยังได้บันทึกไว้ด้วยว่าเลข 9 เป็นเลขที่มีคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

ดาวเคราะห์โคจรกลับด้าน

นักวิทยาศาสตร์จากยุโรปพบดาวเคราะห์ประหลาดดวงหนึ่งโคจรรอบดาวฤกษ์ที่ อยู่ห่างออกไป 1,000 ปีแสง ดาวเคราะห์ดวงนี้มีชื่อว่า วอสป์-17 (WASP-17) กำลังโคจรรอบดาวฤกษ์ในทิศทางสวนกับการหมุนรอบตัวเองของดาวฤกษ์

ดาวเคราะห์เกิดขึ้นจากก้อนแก๊สหมุนวนที่เป็นต้นกำเนิดดาวฤกษ์ ดังนั้นดาวเคราะห์จึงควรโคจรรอบดาวฤกษ์ในทิศทางเดียวกับการหมุนรอบตัวเองของ ดาวฤกษ์ เช่นเดียวกับระบบสุริยะของเราที่ดาวเคราะห์ทุกดวงล้วนโคจรรอบดวงอาทิตย์ใน ทิศทางเดียวกับการหมุนรอบตัวเองของดวงอาทิตย์

กรณีของวอสป์-17 นับเป็นดวงแรกที่พบว่ามีการโคจรแบบนี้ นักดาราศาสตร์สันนิษฐานว่าอาจเป็นผลจากการชนกับดาวเคราะห์ดวงอื่นเมื่อนานมา แล้ว

"ระบบสุริยะในช่วงเริ่มต้นเป็นดินแดนแห่งความรุนแรง" เดวิด แอนเดอร์สัน จากมหาวิทยาลัยคีลแห่งสหราชอาณาจักรกล่าว "เช่นดวงจันทร์ของเรา ก็เชื่อกันว่าเกิดขึ้นจากวัตถุขนาดเท่าดาวอังคารมาพุ่งชนโลกเมื่อนานมาแล้ว เศษเนื้อโลกจากการพุ่งชนที่กระจัดกระจายออกไปรอบโลกได้รวมตัวกันเป็นดวง จันทร์ เป็นไปได้ว่าระบบสุริยะที่เรากำลังศึกษาอยู่นี้เคยมีดาวเคราะห์เข้าเฉียดกัน แรงดึงดูดได้คว้าเหวี่ยงกันเองจน วอส์ป-17 ถึงกับโคจรกลับทาง"

ความพิสดารของดาววอส์ป-17 ไม่ได้มีแค่เรื่องทิศทางการโคจรเท่านั้น ดาวเคราะห์ดวงนี้ยังมีขนาดใหญ่มาก แม้จะมีมวลเพียงครึ่งหนึ่งของดาวพฤหัสบดี แต่กลับมีขนาดใหญ่กว่าถึงเกือบสองเท่า นับเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยรู้จัก

นักดาราศาสตร์ได้สงสัยมานานแล้วว่าเหตุใดดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่น บางดวงจึงมีขนาดใหญ่โตมากนัก การค้นพบดาววอส์ป-17 นี้อาจช่วยตอบคำถามนี้ได้ การที่ดาวเคราะห์ถูกเหวี่ยงออกไปให้โคจรเป็นวงรีมากและมีทิศถอยหลัง ดาวจะต้องถูกแรงน้ำขึ้นลง (tidal force) จากดาวฤกษ์เค้นคลึงอย่างหนักจนทำให้เกิดความร้อนขึ้นมาก เป็นเหตุให้ดาวเคราะห์ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นแก๊สอยู่ในสภาวะเหมือนร้อนจนพอง ความจริงดาววอส์ป-17 นี้มีความหนาแน่นพอ ๆ กับโฟมโพลีสไทรีนเท่านั้น หรือเบาบางกว่าโลกเราถึง 70 เท่าเลยทีเดียว

วอส์ป-17 เป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่นดวงที่ 17 ที่ค้นพบโดยโครงการวอส์ป (WASP--Wide Area Search for Planets) ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างสหราชอาณาจักรกับหอดูดาวเจนีวาในสวิสเซอร์แลนด์ การตรวจหาดาวเคราะห์ของวอส์ปจะกระทำโดยใช้กล้องหลายกล้องเรียงเป็นตับแล้ว ถ่ายภาพดาวฤกษ์นับแสนดวง เพื่อตรวจหาการหรี่ลงของแสงดาวเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เกิดจากดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้า
ที่มา:

* Huge planet orbits wrong way - astronomy.com

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552

เปิดโลกใต้ทะเลด้วย กูเกิล เอิร์ท (6031)

กูเกิลเผยโฉมการอัพเกรดครั้งใหญ่ครั้งแรกของซอฟต์แวร์ แผนที่โลกกูเกิลเอิร์ท โดยเพิ่ม กูเกิลโอเชียน (Google Ocean) มาขยายแผนที่กูเกิลให้รวมถึงเนื้อที่กว้างใหญ่ของแผ่นพื้นทะเลและที่ราบอัน เต็มไปด้วยหุบเหวใต้ทะเลลึก

ผู้ใช้ซอฟต์แวร์สามารถดำลงไปดูใต้ผิวน้ำเพื่อสำรวจ ภูมิประเทศใต้น้ำแบบสามมิติ (3D) โดยที่กูเกิลโอเชียนจะประกอบด้วยข้อมูลที่มีความละเอียดถึง 20 ชั้นซึ่งรวบรวมจากนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และ นักสำรวจทะเลชั้นนำของโลก


ภาพ: ตัวอย่างแผนที่ใต้ท้องทะเลแบบสามมิติกูเกิลโอเชียน

ที่มา: news.bbc.co.uk/2/hi/technology/7865407.stm

นายอัล กอร์ ไปร่วมงานเปิดตัวกูเกิลโอเชียนครั้งนี้ที่ซาน ฟรานซิสโกด้วย ซึ่งทางกูเกิลหวังว่ากูเกิลโอเชียนจะช่วยยกระดับซอฟต์แวร์แผนที่อีกขั้น หนึ่งไปสู่การมีแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ที่ครอบคลุมพื้นที่ของทั้งโลก โดย นายกอร์ กล่าวว่าการปรับปรุงแผนที่ครั้งนี้ทำให้การใช้กูเกิลเอิร์ทเป็น “ประสบการณ์อันน่าประทับใจ” และ “ไม่เพียงแต่เราสามารถจะซูมไปดูพื้นผิวแต่ละส่วนของโลกที่เราอยากดูอย่าง ละเอียด เรายังสามารถที่จะดำลงไปใต้มหาสมุทรซึ่งกินเนื้อที่ถึง 3ใน 4 ของโลกและค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ใหม่ๆที่กูเกิลเอิร์ทรุ่นก่อนๆทำไม่ได้”

พื้นผิวของโลกประมาณ 70% นั้นปกคลุมด้วยน้ำและเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากกว่า 80% ในโลกนี้ แต่จริงๆแล้วมีการสำรวจพื้นน้ำนี้ไม่ถึง 5% ด้วยซ้ำ เป้าหมายของกูเกิลโอเชียนคือการช่วยให้ผู้ใช้เข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ใต้ท้องทะเลที่น่าสนใจ ซึ่งรวมถึง ภูเขาไฟใต้น้ำ (ผู้ใช้ยังสามารถดูภาพวิดีโอสดๆของชีวิตสัตว์ทะเลได้ด้วย) ซากเรืออัปปาง และ คลิปจุดเล่นเซิร์ฟและจุดดำน้ำที่เป็นนิยมต่างๆ

ลูกเล่นใหม่ครั้งนี้เกิดจากการร่วมมือพัฒนาอย่างใกล้ ชิดกับนางซิลเวีย เอิร์ล นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และทีมที่ปรึกษาที่ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์และนักกิจกรรมในสาขาที่เกี่ยว กับทะเลมากกว่า 25 ท่าน

นางซิลเวีย เอิร์ล ซึ่งเป็นนักสำรวจของ National Geographic Society มองว่าลูกเล่นเพิ่มเติมนี้จะเติมชีวิตใหม่ให้กับโลกของเรา โดยกล่าวว่า “ไม่มีอะไรที่จะมีประสิทธิภาพในการสร้างความตระหนักและความรักต่อโลกสีฟ้า ของเรามากไปกว่าการเพิ่มมหาสมุทรลงไปในกูเกิลเอิร์ทเลย” และกล่าวเสริมว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กน้อยขี้สงสัยหรือนักวิจัยที่จริงจังกับงาน สามารถมองเห็นโลกทั้งโลกได้จากมุมมองใหม่ๆ”

การอัพเดทกูเกิลเอิร์ทครั้งนี้ยังเพิ่มลูกเล่นด้าน พื้นดิน เช่น การติดตามด้วย GPS (Global Positioning System) การเดินทางข้ามเวลา (ที่ผู้ใช้สามารถเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่จากภาพถ่ายดาวเทียมจากใน อดีตถึงปัจจุบัน เช่น สเตเดียมที่แข่งเวิร์ลคัพ 2006 หรือทะเลสาบชาดในแอฟริกาที่กลายเป็นทะเลทรายไปทีละน้อย) และการจัดทัวร์บรรยายรูปภาพและเนื้อหาต่างๆที่อยู่บนกูเกิลเอิร์ท

นอกจากนี้ยังมีการอัพเดทดาวอังคารในรูปแบบสามมิติ ซึ่งหากผู้ใช้ดูโลกสีฟ้าจนเบื่อแล้ว ก็สามารถไปดูดาวอังคารสีแดงต่อไปได้

ที่มา :
Google Earth dives under the seas, http://news.bbc.co.uk/2/hi/technology/7865407.stm

อ่านต่อกด..จ๊ะ.