เรียนท่านผู้มีอุปการะคุณ ที่เข้ามาเยี่ยมชม สมองสองซีก ตอนนี้ทางทีมงานได้ย้ายไป link ใหม่ตาม นี้ขอรับ http://g-sciences.blogspot.com ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามขอรับ

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552

มายาหมายเลข 9 จับคูณยังไงก็ได้ 9 กลับคืน

หลายคนเอาฤกษ์เอาชัยวันที่ 09-09-09 เป็นวันดีในการเริ่มต้นชีวิต ด้วยสิ่งดีๆ และสำหรับโลกแห่งตัวเลขแล้ว 9 เป็นเลขอีกตัวที่มีมายาซ่อนอยู่

ยกตัวอย่างการคำนวณง่ายๆ ที่เด็กประถมให้คำตอบได้อย่างไม่ยากเย็น เช่น

การคูณเลข 9 กับเลขโดดใดๆ จะได้ผลคูณที่รวมกันแล้วได้เท่ากับ 9

ดังตัวอย่าง 9 x 3 = 27
และเมื่อนำ 2+7 = 9


หรือ

การคูณเลข 9 กับเลขสองหลักใดๆ จะได้ผลคูณ ที่นำตัวเลขโดดในผลดังกล่าวมารวมกันแล้วสุดท้ายได้เท่ากับ 9

ดังตัวอย่าง 9 x 62 = 558
เมื่อนำ 5+5+8= 18 และนำผลที่ได้ไปบวกต่อ 1+8 = 9

ส่วนวันที่ 9 ก.ย.นั้น เป็นวันในลำดับที่ 252 ของปี ซึ่งผลบวกของลำดับวันที่ดังกล่าว 2+5+2 เท่ากับ 9

ปัจจุบันนักโหราเลขศาสตร์ (numerologist) ผู้นำตัวเลขไปใช้ ในแนวทางที่ห่างไกลวิถีความเป็นวิทยาศาสตร์ เชื่อว่า ความสำคัญและความตื่นเต้นในเชิงเวทย์มนต์นั้น ถูกกำหนดลงในตัวเลขตั้งแต่ 1-9

ผล และผลลัพธ์จากการรวมเลขโดด ที่แตกต่างกันจะให้ผลที่สัมผัสได้ในชีวิต โดยขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้

สำหรับเลข 9 ในทางโหราเลขศาสตร์นั้ นอยู่ในตำแหน่งพิเศษ เป็นตัวเลขที่มีความหมายเชื่อมโยงเรื่องการให้อภัย ความสัมพันธ์และความสำเร็จ ขณะเดียวก็มีความหมายในทางลบคือ ความเย่อหยิ่งและความยึดมั่นในความถูกต้องของตัวเอง

ด้านอริสโตซีนัส (Aristoxenus) นักประวัติศาสตร์เรื่องกรีกโบราณในช่วงศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาลได้เขียนบันทึกไว้ว่า ปีธากอรัส (Pythagoras) นักคณิตศาสตร์ในยุคกรีกนั้น หลงใหลในตัวเลข ทั้งในเชิงคณิตศาสตร์และในทางพยากรณ์ และยังได้บันทึกไว้ด้วยว่าเลข 9 เป็นเลขที่มีคุณสมบัติอันเป็นเอกลักษณ์

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552

ดาวเคราะห์โคจรกลับด้าน

นักวิทยาศาสตร์จากยุโรปพบดาวเคราะห์ประหลาดดวงหนึ่งโคจรรอบดาวฤกษ์ที่ อยู่ห่างออกไป 1,000 ปีแสง ดาวเคราะห์ดวงนี้มีชื่อว่า วอสป์-17 (WASP-17) กำลังโคจรรอบดาวฤกษ์ในทิศทางสวนกับการหมุนรอบตัวเองของดาวฤกษ์

ดาวเคราะห์เกิดขึ้นจากก้อนแก๊สหมุนวนที่เป็นต้นกำเนิดดาวฤกษ์ ดังนั้นดาวเคราะห์จึงควรโคจรรอบดาวฤกษ์ในทิศทางเดียวกับการหมุนรอบตัวเองของ ดาวฤกษ์ เช่นเดียวกับระบบสุริยะของเราที่ดาวเคราะห์ทุกดวงล้วนโคจรรอบดวงอาทิตย์ใน ทิศทางเดียวกับการหมุนรอบตัวเองของดวงอาทิตย์

กรณีของวอสป์-17 นับเป็นดวงแรกที่พบว่ามีการโคจรแบบนี้ นักดาราศาสตร์สันนิษฐานว่าอาจเป็นผลจากการชนกับดาวเคราะห์ดวงอื่นเมื่อนานมา แล้ว

"ระบบสุริยะในช่วงเริ่มต้นเป็นดินแดนแห่งความรุนแรง" เดวิด แอนเดอร์สัน จากมหาวิทยาลัยคีลแห่งสหราชอาณาจักรกล่าว "เช่นดวงจันทร์ของเรา ก็เชื่อกันว่าเกิดขึ้นจากวัตถุขนาดเท่าดาวอังคารมาพุ่งชนโลกเมื่อนานมาแล้ว เศษเนื้อโลกจากการพุ่งชนที่กระจัดกระจายออกไปรอบโลกได้รวมตัวกันเป็นดวง จันทร์ เป็นไปได้ว่าระบบสุริยะที่เรากำลังศึกษาอยู่นี้เคยมีดาวเคราะห์เข้าเฉียดกัน แรงดึงดูดได้คว้าเหวี่ยงกันเองจน วอส์ป-17 ถึงกับโคจรกลับทาง"

ความพิสดารของดาววอส์ป-17 ไม่ได้มีแค่เรื่องทิศทางการโคจรเท่านั้น ดาวเคราะห์ดวงนี้ยังมีขนาดใหญ่มาก แม้จะมีมวลเพียงครึ่งหนึ่งของดาวพฤหัสบดี แต่กลับมีขนาดใหญ่กว่าถึงเกือบสองเท่า นับเป็นดาวเคราะห์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยรู้จัก

นักดาราศาสตร์ได้สงสัยมานานแล้วว่าเหตุใดดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่น บางดวงจึงมีขนาดใหญ่โตมากนัก การค้นพบดาววอส์ป-17 นี้อาจช่วยตอบคำถามนี้ได้ การที่ดาวเคราะห์ถูกเหวี่ยงออกไปให้โคจรเป็นวงรีมากและมีทิศถอยหลัง ดาวจะต้องถูกแรงน้ำขึ้นลง (tidal force) จากดาวฤกษ์เค้นคลึงอย่างหนักจนทำให้เกิดความร้อนขึ้นมาก เป็นเหตุให้ดาวเคราะห์ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นแก๊สอยู่ในสภาวะเหมือนร้อนจนพอง ความจริงดาววอส์ป-17 นี้มีความหนาแน่นพอ ๆ กับโฟมโพลีสไทรีนเท่านั้น หรือเบาบางกว่าโลกเราถึง 70 เท่าเลยทีเดียว

วอส์ป-17 เป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะอื่นดวงที่ 17 ที่ค้นพบโดยโครงการวอส์ป (WASP--Wide Area Search for Planets) ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่างสหราชอาณาจักรกับหอดูดาวเจนีวาในสวิสเซอร์แลนด์ การตรวจหาดาวเคราะห์ของวอส์ปจะกระทำโดยใช้กล้องหลายกล้องเรียงเป็นตับแล้ว ถ่ายภาพดาวฤกษ์นับแสนดวง เพื่อตรวจหาการหรี่ลงของแสงดาวเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เกิดจากดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้า
ที่มา:

* Huge planet orbits wrong way - astronomy.com

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552

เปิดโลกใต้ทะเลด้วย กูเกิล เอิร์ท (6031)

กูเกิลเผยโฉมการอัพเกรดครั้งใหญ่ครั้งแรกของซอฟต์แวร์ แผนที่โลกกูเกิลเอิร์ท โดยเพิ่ม กูเกิลโอเชียน (Google Ocean) มาขยายแผนที่กูเกิลให้รวมถึงเนื้อที่กว้างใหญ่ของแผ่นพื้นทะเลและที่ราบอัน เต็มไปด้วยหุบเหวใต้ทะเลลึก

ผู้ใช้ซอฟต์แวร์สามารถดำลงไปดูใต้ผิวน้ำเพื่อสำรวจ ภูมิประเทศใต้น้ำแบบสามมิติ (3D) โดยที่กูเกิลโอเชียนจะประกอบด้วยข้อมูลที่มีความละเอียดถึง 20 ชั้นซึ่งรวบรวมจากนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และ นักสำรวจทะเลชั้นนำของโลก


ภาพ: ตัวอย่างแผนที่ใต้ท้องทะเลแบบสามมิติกูเกิลโอเชียน

ที่มา: news.bbc.co.uk/2/hi/technology/7865407.stm

นายอัล กอร์ ไปร่วมงานเปิดตัวกูเกิลโอเชียนครั้งนี้ที่ซาน ฟรานซิสโกด้วย ซึ่งทางกูเกิลหวังว่ากูเกิลโอเชียนจะช่วยยกระดับซอฟต์แวร์แผนที่อีกขั้น หนึ่งไปสู่การมีแผนที่อิเล็กทรอนิกส์ที่ครอบคลุมพื้นที่ของทั้งโลก โดย นายกอร์ กล่าวว่าการปรับปรุงแผนที่ครั้งนี้ทำให้การใช้กูเกิลเอิร์ทเป็น “ประสบการณ์อันน่าประทับใจ” และ “ไม่เพียงแต่เราสามารถจะซูมไปดูพื้นผิวแต่ละส่วนของโลกที่เราอยากดูอย่าง ละเอียด เรายังสามารถที่จะดำลงไปใต้มหาสมุทรซึ่งกินเนื้อที่ถึง 3ใน 4 ของโลกและค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ใหม่ๆที่กูเกิลเอิร์ทรุ่นก่อนๆทำไม่ได้”

พื้นผิวของโลกประมาณ 70% นั้นปกคลุมด้วยน้ำและเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากกว่า 80% ในโลกนี้ แต่จริงๆแล้วมีการสำรวจพื้นน้ำนี้ไม่ถึง 5% ด้วยซ้ำ เป้าหมายของกูเกิลโอเชียนคือการช่วยให้ผู้ใช้เข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ใต้ท้องทะเลที่น่าสนใจ ซึ่งรวมถึง ภูเขาไฟใต้น้ำ (ผู้ใช้ยังสามารถดูภาพวิดีโอสดๆของชีวิตสัตว์ทะเลได้ด้วย) ซากเรืออัปปาง และ คลิปจุดเล่นเซิร์ฟและจุดดำน้ำที่เป็นนิยมต่างๆ

ลูกเล่นใหม่ครั้งนี้เกิดจากการร่วมมือพัฒนาอย่างใกล้ ชิดกับนางซิลเวีย เอิร์ล นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และทีมที่ปรึกษาที่ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์และนักกิจกรรมในสาขาที่เกี่ยว กับทะเลมากกว่า 25 ท่าน

นางซิลเวีย เอิร์ล ซึ่งเป็นนักสำรวจของ National Geographic Society มองว่าลูกเล่นเพิ่มเติมนี้จะเติมชีวิตใหม่ให้กับโลกของเรา โดยกล่าวว่า “ไม่มีอะไรที่จะมีประสิทธิภาพในการสร้างความตระหนักและความรักต่อโลกสีฟ้า ของเรามากไปกว่าการเพิ่มมหาสมุทรลงไปในกูเกิลเอิร์ทเลย” และกล่าวเสริมว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ทุกๆคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กน้อยขี้สงสัยหรือนักวิจัยที่จริงจังกับงาน สามารถมองเห็นโลกทั้งโลกได้จากมุมมองใหม่ๆ”

การอัพเดทกูเกิลเอิร์ทครั้งนี้ยังเพิ่มลูกเล่นด้าน พื้นดิน เช่น การติดตามด้วย GPS (Global Positioning System) การเดินทางข้ามเวลา (ที่ผู้ใช้สามารถเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่จากภาพถ่ายดาวเทียมจากใน อดีตถึงปัจจุบัน เช่น สเตเดียมที่แข่งเวิร์ลคัพ 2006 หรือทะเลสาบชาดในแอฟริกาที่กลายเป็นทะเลทรายไปทีละน้อย) และการจัดทัวร์บรรยายรูปภาพและเนื้อหาต่างๆที่อยู่บนกูเกิลเอิร์ท

นอกจากนี้ยังมีการอัพเดทดาวอังคารในรูปแบบสามมิติ ซึ่งหากผู้ใช้ดูโลกสีฟ้าจนเบื่อแล้ว ก็สามารถไปดูดาวอังคารสีแดงต่อไปได้

ที่มา :
Google Earth dives under the seas, http://news.bbc.co.uk/2/hi/technology/7865407.stm

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

เทคโนโลยีใหม่ช่วยในการระบุลายนิ้วมือ (6061)


การวิจัยในด้านการระบุเจ้าของรอยนิ้วมือแฝง นับเป็นกุญแจสำคัญในเหตุการณ์ฆาตกรรมต่างๆ NIST (National Institute of Standards and Technology) ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการแยกแยะรอยนิ้วมือจากฐานข้อมูลซึ่งสามารถทำงาน ได้เป็นอย่างดีเกินความคาดหมาย

เทคโนโลยีใหม่ที่ทดสอบโดย NIST ได้ถูกนำมาช่วยในการระบุหาเจ้าของลายนิ้วมือแฝง ระบบทดสอบที่สร้างขึ้นมานี้สามารถทำงานได้ดีเกินความคาดหมาย และช่วยให้เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบลายนิ้วมือ มีเวลาเพิ่มมากขึ้นในการตรวจสอบรูปที่ซับซ้อนมากขึ้นและไม่สามารถใช้ ซอฟต์แวร์ประมวลผลได้

อย่างที่แฟนซีรีส์หนังฆาตกรรมได้รู้กันอยู่แล้วว่า ลายนิ้วมือแฝงจะถูกทิ้งไว้ทุกครั้ง ที่ใครก็ตามหยิบจับสิ่งของ และโดยส่วนใหญ่จะมีร่องรอยเพียงแค่บางส่วนของนิ้วมือเท่านั้น ในบางครั้งอาจะเป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ หรืออาจะอยู่บนพื้นผิวที่ไม่เรียบ ซึ่งทำให้การทำงานท้ายมากขึ้น

ในการระบุหาเจ้าของลายนิ้วมือ ผู้ตรวจสอบรอยนิ้วมือจะต้องหาจุดเด่นของรอยนิ้วมือที่หลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะในบริเวณมุมหรือขอบของสิ่งของต่างๆ หลังจากนั้นรอยนิ้วมือจะถูกป้อนลงไปในระบบคอมพิวเตอร์ชื่อ IAFIS เพื่อเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลกว่า 55 ล้านข้อมูลที่มีอยู่ของผู้ที่เคยถูกจับกุมไปแล้ว

ระบบ IAFIS นับเป็นนวัตกรรมที่ก้าวหน้า ในขณะที่ปัจจุบันการค้นหารอยนิ้วมือได้เปลี่ยนจากการค้นหาด้วยมือมาเป็นการ ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ Automatic Feature Extraction and Matching (AFEM) โดยสถาบัน NIST ได้ทำการทดสอบระบบที่บริษัทเอกชน 8 ราย ได้พัฒนาขึ้น

ในการทดสอบ นักวิจัยได้ใช้ลายนิ้วมือแฝงจำนวน 835 ตัวอย่าง และ 100,000 ลายนิ้วมือ จากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง โดยซอฟต์แวร์จะทำการแยกแยะลายนิ้วมือตัวอย่าง แล้วเปรียบเทียบกับฐานข้อมูล 100,000 ข้อมูล ในแต่ละการทดสอบซอฟต์แวร์จะเลือกลายนิ้วมือที่ใกล้เคียงมากที่สุดจำนวน 50 ข้อมูล เพื่อนำมาตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง ผลการทดสอบพบว่าลายนิ้วมือที่ถูกต้องนั้นส่วนมากอยู่ใน 10 อันดับแรกที่ซอฟต์แวร์ค้นพบ

ในด้านประสิทธิภาพนั้น ระบบที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือของ NEC Corp., Cogent Inc., SPEX Forensics, Inc., Motorola, Inc. และ L1 Identity Solutions. ตามลำดับ โดยมีความถูกต้องเกือบ 100% ลดลงมาจนถึง 80% ใน 3 อันดับสุดท้าย

ในขณะที่การทดสอบแสดงให้เห็นถึงความเที่ยงตรงที่เกิน ความคาดหมาย แต่ก็ยังมีส่วนที่ยังต้องพัฒนาเพิ่มขึ้นอีก ในอนาคตเราจะทำการทดสอบในภาพลายนิ้วมือที่มีคุณภาพของรูปภาพลดลง เพื่อหาข้อจำกัดของระบบและทำการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา :http://www.physorg.com/news159705001.htm

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552

Hack! Wi-Fi ใน 1นาที


Toshihiro Ohigashi จากมหาวิทยาลัยฮิโรชิม่า และ Masakatu Mori จากมหาวิทยาลัยโกเบ สองนักวิทยศาสตร์ชาวญี่ปุ่น มีแผนที่จะเปิดเผยวิธีการใหม่ในการทำลายการเข้ารหัสด้วย WPA ที่ใช้เวลาเพียง 60 วินาที โดยได้ออกแบบการโจมตีที่ทำให้แฮคเกอร์สามารถอ่านแทรฟฟิกของการเข้ารหัสจากพี ซี และเราท์เตอร์ที่ใช้ WPA ได้



ซึ่งวิธีเดิมจะใช้เวลา 12-15 นาที

ทั้ง นี้จะโจมตีได้เฉพาะเครือข่ายไร้สายที่เข้ารหัสด้วย WPA โดยใช้อัลกอริธึ่ม TKIP (Temporal Key Integrity Protocol) เท่านั้น จะไม่เวิร์กกับ WPA ที่ใช้อัลกอริธึม AES (Advanced Encryption Standard) หรืออุปกรณ์ WPA 2 ถ้าเราเปลี่ยนอัลกอริธึมในการเข้ารหัสของ WPA บนเราท์เตอร์ที่ช้จาก TKIP เป็น AES แทน ก็จะปลอดภัย

Ref :http://hitech.sanook.com/technology/news_13231.php

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

ไมโครซอฟท์เตือนผู้ใช้ระวังรูรั่วใหม่ใน IE


ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ออกประกาศเตือนภัยผู้ใช้โปรแกรมอินเทอร์เน็ตเบราเซอร์ Internet Explorer หรือ IE บนระบบปฏิบัติการ Windows XP หรือ Windows Server 2003 ให้ระวังข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์ที่อาจทำให้ผู้ประสงค์ร้ายสามารถเจาะระบบและ ควบคุมคอมพิวเตอร์ได้จากระยะไกล

ไมโครซอฟท์ประกาศเตือนผู้ใช้บนเว็บไซต์ของบริษัทว่า ข้อบกพร่องใน IE ที่พบนั้นอยู่ที่ส่วนควบคุมการแสดง บันทึก และแคปเจอร์เพื่อจับภาพเคลื่อนไหวหรือ ActiveX Video Control โดยไมโครซอฟท์ระบุว่า ผู้ใช้ควรปิดการทำงานของฟีเจอร์ดังกล่าวก่อนในช่วงที่ไมโครซอฟท์ยังแก้ไขข้อ บกพร่องไม่เสร็จดี

ไมโครซอฟท์ ระบุว่าการเตือนภัยครั้งนี้อยู่ในระดับตึงเครียด เพราะไมโครซอฟท์สามารถตรวจพบความพยายามของนักเจาะระบบที่ต้องการใช้ข้อ บกพร่องนี้เป็นช่องทางในการจู่โจมแล้ว โดยขณะนี้ไมโครซอฟท์กำลังเร่งมือประสานงานกับบริษัทพันธมิตรในการแก้ปัญหาใน ActiveX Video Control ที่เกิดขึ้น และข้อบกพร่องดังกล่าวยังมีผลกับโปรแกรมเล่นมัลติมีเดียของวินโดวส์อย่าง Windows Media Center ด้วย

หากไม่ปิด ActiveX Video Control จะมีโอกาสสูงมากที่ชุดโปรแกรมร้ายของนักเจาะระบบซึ่งถูกซ่อนไว้ตามเว็บไซต์ จะสามารถแทรกตัวเพื่อติดตั้งตัวเองลงในเครื่องและประมวลผลจนทำให้ คอมพิวเตอร์ถูกควบคุมได้จากระยะไกล ซึ่งเมื่อนั้น นักเจาะระบบจะสามารถเข้ามาขโมยข้อมูลส่วนใดในคอมพิวเตอร์ก็ได้ แถมยังสามารถติดตั้งโปรแกรมใหม่ และลบข้อมูลทิ้งได้ด้วยสิทธิ์เดียวกับเจ้าของเครื่อง

นอกจากจะปิดฟังก์ชันดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญประกาศเตือนให้ผู้ใช้อย่าหลงกลคลิกเข้าสู่เว็บไซต์แปลกหน้าตาม ลิงก์ที่ส่งมาตามอีเมล เนื่องจากเว็บไซต์เหล่านี้มักจะมีโปรแกรมร้ายฝังอยู่

สำหรับการปิด ActiveX Video Control ไมโครซอฟท์อำนวยความสะดวกด้วยการทำปุ่ม "Fix it" ที่เว็บไซต์ของบริษัท โดยให้ข้อมูลสำหรับผู้ที่ต้องการปิดการทำงานด้วยตัวเองไว้ด้วย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้
thank data ASTV
Company Related Links :
Microsoft

อ่านต่อกด..จ๊ะ.

มอสซิลลาเตือน ระวังปลัคอินไฟร์ฟ็อกซ์มีไวรัส


อสซิลลา (Mozilla) ประกาศเตือนผู้ใช้ให้ระวังไวรัสประเภทแอดแวร์แฝงในปลัคอินหรือชุดโปรแกรม เสริมสำหรับเว็บบราวเซอร์น้องใหม่ดาวรุ่งอย่างไฟร์ฟ็อกซ์ (Firefox) โดยปลัคอินดังกล่าวเป็นชุดอัปเดทภาษาเวียดนาม ถูกดาวน์โหลดไปแล้วหลายพันครั้งตั้งแต่ออกเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

Window Snyder หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของมอสซิลาโพสต์ข้อความเตือนไว้ในบล็อคว่า ชุดอัปเดทภาษาเวียดนามสำหรับ Firefox 2 นั้นมีแอดแวร์แฝงตัวอยู่ ระบุว่าผู้ใช้ไฟร์ฟ็อกซ์ที่ดาวน์โหลดชุดอัปเดทภาษาเวียดนามตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.จะได้รับชุดปลัคอินแฝงแอดแวร์ทุกคน โดยย้ำว่ามอสซิลลาได้สแกนหาไวรัสก่อนจะอัปโหลดโปรแกรมแล้ว แต่โปรแกรมสแกนไม่สามารถตรวจจับไวรัสได้จนกระทั่งอัปโหลดไปแล้วเป็นเวลาหลาย เดือน

Snyder กล่าวว่าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะนี้อีกในอนาคต มอสซิลลาได้เพิ่มโปรแกรมสแกนไวรัสให้มากขึ้นเพื่อตรวจสอบไฟล์ให้รัดกุมมาก ขึ้น

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Bugzilla ระบุว่ามัลแวร์ในชุดปลัคอินไฟล์ฟ็อกซ์นั้นมาจากโทรจันตระกูล Xorer Trojan โดยนักพัฒนานามไฮ-นัม เหงียน (Hai-Nam Nguyen) เชื่อว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเพราะเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของผู้อัปโหลดไฟล์นั้น มีแอดแวร์แฝงอยู่ แอดแวร์ (adware) หรือซอฟต์แวร์โฆษณานี้ถูกแปลงไฟล์ให้เป็นไฟล์นามสกุล HTML ปลัคอินที่มีแอดแวร์แฝงตัวอยู่จึงแสดงแบนเนอร์โฆษณาสร้างความรำคาญใจให้ผู้ ใช้ แต่ไม่สามารถแพร่กระจายตัวเองได้

มอ สซิลลาระบุว่าไม่รู้จำนวนผู้ใช้ซึ่งเป็นเหยื่อแอดแวร์ที่แน่นอน แต่ยอดจำนวนการดาวน์โหลดอยู่ที่ 1,200 ครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มียอดดาวน์โหลดทั้งสิ้น 16,667 ครั้งตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยมอสซิลลาได้ยกเลิกลิงก์ดาวน์โหลดปลัคอินนี้ชั่วคราวและกำลังแก้ไขให้เป็น ชุดปลัคอินปลอดแอดแวร์ ขณะนี้แนะนำให้ผู้ใช้ยกเลิกปลัคอินในเครื่องที่เคยติดตั้งไว้ ก่อนจะดาวน์โหลดปลัคอินใหม่อีกครั้ง
thank data ASTV
Company Related Links :
Mozilla

อ่านต่อกด..จ๊ะ.